Mc Cafe

by

I thought Mc Cafe was available only in the US. I just find out that Mc Cafe is available in Bangkok too.  Some of you might not know that McDonald’s now serve all kinds of coffee – just like Starbucks. In Mobile, Mc Cafe is a coffee corner located inside McDonald’s. But, it seems like Mc Cafe can be by itself just like any other coffee shop.

.

 

I love the ice coffee from Mc Cafe. Sometimes, I drove-through McDonald’s in the afternoon just to grab a big cup of Vanilla ice coffee. It’s a lot cheaper than getting it from Starbucks.

.

If you want to find out where all Mc Cafe are located in Bangkok, please click here

Beignet

by

Au (my beloved long-time friend since grade 8th) and her two friends visited Mobile during the New  Year holidays. We drove to New Orleans. Every time I pay New Orleans a visit, I had to stop by this place, called Cafe Du Monde. There are two famous things in the cafe – Coffee and Beignet. So, what’s the “Beignet”?

Beignet is a french word which means “donut”. It’s YUMMY!! Beignet pronounced  “Ben-Yay” or “เบนเย”

dsc04024_resize

Beignet

The white powder on the top is sugar icing. This cafe opens 24 hours and seven days a week. It’s always packed with tourists.

dsc04025_resize
It’s so good that I wanted to eat the whole plate! Ha Ha Ha! :mrgreen:

Hot Hors D’oeuvre

by

งงกันล่ะสิว่า คำนี้ hors d’oeuvre อ่านว่าอะไร คำๆนี้คนไทยใช้กันบ๊อยบ่อย แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าสะกดอย่างไรและมีที่มาจากไหน คำนี้อ่านว่า “ออ-เดิฟ” ไงจ๊ะ เป็นคำที่มาจากภาษาฝรั่งเศษ สังเกตุได้จากลักษณะการสะำกดคำ เวลาอ่านไม่ออกเสียง “H” นะครับ

เมื่อเปิดพจนานุกรม ก็จะพบว่าคำนี้ แปลว่า “literally, outside of the work” ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้แทนคำนี้ก็คือ “Appetizer” นั่นเอง แปลเป็นภาษาไทยง่ายๆก็คือ อาหารเรียกน้ำย่อย

เมื่อวาน เจ๊๊ยบ ซีซ่า และก็หลิน มาช่วยกันทำ Hot Hors D’oeuvre เมนูใหม่ซึ่งไม่เคยทำกันมาก่อน เมนูนี้คือ “หอยจ๊อ” ทำไม่ยากแต่วิธีการหลายขั้นตอนเหมือนกัน ทำออกมาอร่อยใช้ได้เลยทีเดียวสำหรับการทำครั้งแรก ที่นี่หากินยาก ทำกินเองได้ขนาดนี้่ถือว่าเยี่ยมเลย

วิธีทำแบบคร่าวๆ คือ ก่อนอื่นเราก็ต้องเอาฟองเต้าหู้ที่แช่น้ำ แล้วมาม้วนกับไส้ข้างในของเรา และก็เอาเชื่อกผูกเป็นปล้องๆ ฝืมือการม้วนของซีซ่า บวกกับฝีมือการผูกเชื่อกของเจี๊ยบและ เอ่อ..ฝีมือการแบ่งเส้นเชื่อกของหลินแล้ว ก็ออกมาสวยงามตามที่เห็นในภาพ (คนในรูป คือซีซ่า กับ เจี๊ยบ พ่อครัว แม่ครัวเอก ประจำครัว Goffee Shop ของเรานั่นเอง ฮ่าๆ ส่วนหน้าที่ของกอล์ฟ คือ เป็น Executive Chef (Chef คำนี้ก็มาจากคำฝรั่งเศษ อีกเช่นกัน ย่อมาจากคำว่า Chef de cruisine) คอยตรวจความเรียบร้อย ชิม และก็รอกินอย่างเดียวนั่นเอง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ส่วนหลินเป็น Assistant คอยยื่นอุปกรณ์ กับรอกินนั่นเองฮ่าๆ

งานนี้ต้องขอบคุณ chef ซีซ่า Chef เจี๊ยบ ที่ไปจ่ายตลาดซื้อของมาทั้งหมดและก็แสดงฝีมือให้ทาน รูปที่เห็นก็มาจาก Hi5 ของซีซ่าเช่นกัน :mrgreen: ขอบคุณสูตร จาก Blog ของ คุณ ปูขาเก เซมารู ถ้าไม่รู้จะกินอะไรขอบอกให้ไปดู blog นี้ มีเมนูที่สร้างสรรค์เยอะมาก

น่ากินไหมเอ่ย ถ้าอยากชิม บอกได้ ราคากันเอง

Friendship Bread

by

My co-worker, Brittany, gave me a piece of bread called “Amish Friendship Bread.” Yummy…It’s moist and not too sweet.

You probably are curious like me that why she called friendship bread. This concept has been known for a long time, Michelle (another co-worker) added. Think about the concept like “Chain Letter.” Yep… you pass the bread to your friends and your friends can pass to someone else.. on and on…

According to Wikipedia, Amish Friendship Bread is a type of sourdough starter being a substitute for baking yeast and being used to make many kinds of yeast-based breads, shared with friends, or frozen for future use. The sweet, cake-like Amish Cinnamon Bread is a common bread that is made from this starter; it is a simple, stirred quickbread that includes a substantial amount of sugar and vegetable oil, with a mild cinnamon flavor. It has characteristics of both pound cake and coffee cake.

Brittany added extra ingredients to it to make it her own. she added nuts, raisin, etc. Based on the recipe I got from Brittany, it will take 10 days to make the bread. At day 10th, you will be able to separate the batter as a “starter” for your friends to make the bread. You can give away up-to three friends (one cup for each), and your friends can do the same as you to later give away three additional friends for each starter.

This sounds fun!! She’s going to give me a starter!! I will post the recipe when I have the batter.

iPhone Cupcakes on Flickr

by

How cute??

Nike & Danielle won the NYC Cupcake Decorating Championships  & Ignite NYC

Please visit his blog to read more about his recipe, blog, etc.

Egg Noodle with Shrimp Wontons

by

อ๊ะๆ เมนูเด็ดอาทิตย์นี้ของร้าน Goffee Shop คือ บะหมี่เกี๊ยวทะเลหมูแดง น่ากินสุดๆ เมื่อประมาณอาทิตย์กว่าๆ พี่อ้อโทรมาถามว่าปรุงรสก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตร Goffee shop นี่ทำอย่างไร เพราะเขาปรุงแล้วไม่ได้รสเข้มข้นแบบที่เคยกิน กอล์ฟก็เลยว่าจะมาสาธิตการทำบะหมี่แบบคร่าวๆเอาไว้ที่นี่ มันก็ไม่ได้ยากอะไร ปรุงตามรสเรามากกว่า เผอิญชอบกินแบบน้ำคลุกคลิกรสหวานๆเปรียวๆหน่อย และที่ขาดไม่ได้คือ น้ำพริกเผา ใช่แล้วต้องใส่ด้วยถึงจะเด็ด ปกติก็จะทำแค่บะหมี่ กับ เกี๊ยว แต่คราวนี้ครบเครื่องกันหน่อย มีการใส่เนื้อปู และหมูแดงด้วย ขอบอก หมูแดงนี่อบเองเลยนะคร้าบ! เกี๊ยวก็ห่อเองนะ แต่ บะหมี่ ไม่ได้นวดเอง ฮาาาาา…..

วิธีทำ เกี๊ยวกุ้ง

ส่วนผสม:

  1. เนื้อหมูสับ หรือ เนื้อไก่สับ (Walmart มีไม่ต้องสับเอง)  1/3 ส่วน หรือ ครึ่ง แพ๊ค
  2.  เนื้อกุ้งสับ อันนี้ต้องมาสับเอง เอาละเอียดซักส่วนนึง อีกส่วนนึงไม่ต้องเยอะนะ สับแบบหยาบหน่อย ปริมาณกุ้งเมื่อสับแล้ว ควรจะมีเนื้อกุ้งมากกว่า เนื้อหมู หรือเนื้อไก่ จะได้อร่อยๆ 😆
  3. ต้นหอมเล็กน้อย สองสามต้นก็พอ หั่นละเอียด
  4. น้ำมันงา ซัก 1 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำตาลทราย  1 ช้อนชา พูนหน่อย ถ้าชอบรสหวานหน่อย
  6. ซีอิ๊วขาว กระทุ้งเข้าไปซัก สามสี่ เหยาะ
  7. น้ำมันหอย ใส่ซํกสองเหยาะ
  8. ซอสภูเขาทอง ใส่ซักสองเหยาะ
  9. เกลือ ใส่ซัก ครึ่งช้อชา
  10. น้ำเย็น ครึ่งถ้วย
  11. พริกไทขาวป่น ใส่ตามใจชอบ
  12. ไข่ไก่  แยกไข่ขาว และ ไข่แดง ออกจากกัน ไข่แดงไว้ห่อแป้งเกี๊ยว ไข่ขาวไว้หมักไส้เกี๊ยว

วิธีหมัก

  1. ใส่รวมกัให้หมดเลย ยกเว้นไข่แดงนะ
  2. จะต้องคนไปคนมา จนมันเหนียวแล้วหนืด ยิ่งเหนียวยิ่งดี เวลาสุกมันจะเนื้อแน่นนุ่มอร่อย
  3. เมื่อส่วนผสมทุกอย่างเข้าที แนะนำให้ ตักใส่ชาม ซักก้อนเล็กๆหนึ่งก่อน แล้วเข้า Microwave High Level ซัก 1-2 นาที แล้วชิมรส เอา
  4. อยากได้อะไรเพิ่มก็ใส่ได้เลย แต่อย่าให้รสจัดมากเพราะว่า ถ้าหมักค้างไว้ รสชาดจะเข้มข้นขึ้น
  5. หมักทิ้งไว้ ครึ่งชม. หรือจะข้ามวันก็ได้แล้วแต่สะดวก 
  6. จะกิน แล้วค่อยห่อ หรือจะห่อ แล้วแช่ช่องแข็ง ก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา เพราะแป้งจะแฉะ

วิธีทำหมุแดง แบบเร็วๆ

  1. ใช้ผงหมูแดงไง ฮ่าๆ
  2. แต่อย่าไปทำตามวิธีหลังซองเลย เสียเวลา เอาผงหมูแดงละลายน้ำแล้วเอาไปต้มกับหมูเลย
  3. ต้มซักพักจนหมูเริ่มแดงขึ้นหน่อย ให้พอกึ่งสุกึ่งดิบ จากนั้น ก็อุ่นเตาอบไว้เลยพร้อมๆกับตอนต้มก็ได้
  4. ต้มซัก7-10 นาที ไฟแรงปานกลาง
  5. เอาเข้าเตาอบ 400 F ซัก 10 นาที คอยกลับด้าน อย่าให้ไหม้ จะเห็นว่าสีเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ
  6. พอเห็นว่าหมูเริ่มสุก เริ่มแดงได้ที่ ก็เปลี่ยนจาก Bake เป็น Broil ซะ ให้รอด้านละ 3-5 นาที คอบพลิกด้านอย่าให้ไหม้
  7. พอขอบๆเริ่มไหม้ ก็ใช้ได้ละ ปิดเตา เอาออกมาหั่น

กว่าจะได้กิน บะหมี่หมูแดง ก็เหนื่อยเหมือนกันนะ อ้อ ส่วนน้ำซุบ นี่ก็ แล้วแต่คนจะชอบ กอล์ฟก็ง่ายๆ เอาน้ำต้มกระดูกไก่ หรือหมู ต้มกับ หัวผักกาดขาว ปรุงรส ด้วย เม็ดพริกไทยขาว ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และ น้ำตาล นิดหน่อย ปรุงให้รสกลางๆ

    

วิธีปรุงน้ำต้มยำ

  1. ตั้งฉ่าย ใส่ไปเลยหยิบมือนึง เล็กน้อย
  2. น้ำตาล หนึ่งช้อนโต๊ะ ไปเลย อาจจะดูเยอะ แต่รับรองรสจัดซะใจ
  3. มะนาว บีบไปเลย ซีก สองซีก แล้วแต่ชอบ
  4. น้ำปลา หนี่งช้อนโต๊ะ เช่นกัน
  5. น้ำพริกเผา หนึ่งช้อนโต๊ะ
  6. ใส่น้ำซุบนิดหน่อย ให้มันละลายให้เข้ากัน จากนั้นชิม รสต้องจัดหน่อย เพราะเราจะต้องใส่น้ำเพิ่ม หรือจะค่อยมาปรุงเพิ่มตอนเสร็จก็ได้ แต่ที่ต้องใส่น้ำซุบก่อนเพราะว่า น้ำพริกเผาและน้ำตาลจะได้ละลายก่อน เวลาใส่บะหมี่ กับเกี๊ยวลงไป จะได้คนง่ายๆหน่อย

แค่นี้ล่ะ ก็อร่อยได้แล้ว ต้องกินกันหลายคน หลายมื้อหน่อย ถึงจคุ้มเวลาทำนะเนี่ย Enjoy Eating ทุกท่าน ติชมกันได้นะ หรือจะกลับมาเล่าสู่กันฟังก็ได้ว่า ผลออกมาเป็นอย่างรกันบ้าง

Kung Ob Woonsen

by

Kung = Shrips

Ob = Bake

Woonsen = Clear/Glass Noodle

So, that’s the name of this menu. It’s fairly simple to cook.

Ingredients are:

  1. Shrimps (Best if you don’t peel the shell off yet)
  2. Woonsen (Vermicelli) soaked in the warm water for 10-15 min
  3. Bacon (just a few slices to put at the bottom of the pot)
  4. Prepper 1 Teaspoon or more if you like
  5. Sesami Oil 2 Teapoon
  6. Cilantro 1 cup
  7. Soy Sauce 1 Tablespoon
  8. Oyster Sauce 1 Tablespoon
  9. Sugar 2 Teaspoon
  10. Vegetable Oil 2 Teaspoon
  11. Garlic powder 1 Teaspoon

How To:

  1. After soaking Woonsen for 10-15 min, rinse it and mix with prepper, sesami oil, soy sauce, oyster sauce, sugar, vegetable oil, garlic power.
  2. Add half of cup of cilantro
  3. Add shrimps
  4. Mix everything up and leave it for 10 min
  5. Lay slices of bacon at the bottom of the pot or wok
  6. put everything including all the mixed source and ingredients on top of bacon
  7. Close the lid and set meduim heat
  8. Leave it for 10 min or until Woonsen gets softer or done – Stir if needed to prevent from burning at the bottom.
  9. When it’s almost done, put the rest of cilantro
  10. Cook until everything is done.

 

ข้าวราดหน้าไก่

by

วันนี้ได้ฤกษ์ทำข้าวราดหน้าไก่ หมักไว้ตั้งแต่เมื่อวาน สูตรข้าวหน้าไก่นี้สืบทอดมาจาก พี่อ้อ นั่นเอง ตอนนี้ย้ายไปอยู่ Utah ซะละ พึ่งย้ายไปเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วนี่เอง สูตรข้าวหน้าไก่นี้จะออกมาแนวๆ ข้าวราดหน้าไก่ห้าแยก หรือข้าวราดหน้าไก่ราดรสเด็ด ที่สยาม กอล์ฟทานแล้วคิดว่าเหมือน อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว ส่วนผสมอาจจะไม่ตรงเป๊เหมือนเจ้าของร้านต้นฉบับดั้งเดิมแต่ว่า อร่อยแน่ๆ อยากให้เอาไปลองทำกัน

ข้าวราดหน้าไก่ไข่ดาว

ข้าวราดหน้าไก่ไข่ดาว

แต่วิธีทำอาหารของกอล์ฟจะใช้การชิมเป็นหลัก พวกสัดส่วนนี้ ไม่ชอบดูไม่ค่อยวัดแล้วทำตามได้หรอก เพราะก่ะปริมาณไม่ถูกจริงๆ วิธีการของกอล์ฟก็เช่นเคย ใช้ดูเอาว่าส่วนผสมอะไรเป็นหลัก กลิ่นหรือรสอะไรนำ เราก็ใส่ส่วนผสมนั้นเยอะหน่อย ดูเป็นสัดส่วนเอาแทนที่จะเป็น จำนวนช้อนโต๊ะ หรือ ถ้วยตวง

ก่อนที่จะได้สูตรนี้ก็เคยลองทำหลายทีแล้วแต่ไม่สำเร็จ กลิ่นมันไม่ได้ แต่ตอนนี้รู้แล้วล่ะว่า ขาดอะไร หรือ ใส่อะไรเกินลงไป เรามาดูส่วนผสมหลักกันเลยละกัน กอล์ฟจะบอกคร่าวๆ ก่ะๆ เอานะ

ส่วนผสมข้างล่างให้เอา มาหมักรวมกันเลยนะครับ

  1. ไก่ (ส่วนอก หรือ สะโพกก็ได้ แล้วแต่ชอบ)  1 กิโลกรัม (หั่นเป็นลูกเต๋า)
  2. น้ำมันหอย                                              3 ช้อนโต๊ะพูนๆ
  3. ซีอิ๊วขาว                                                 3 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาลทราย                                           1 ช้อนโต๊ะ
  5. พริกไทยขาว                                           มากน้อยตามใจชอบเลย
  6. เกลือ                                                     ใส่เล็กน้อย
  7. น้ำมันงา                                                  2 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ๊วดำ                                                   2 ช้อนโต๊ะ
  9. แป้งข้างโพด                                            2 ช้อนโต๊ะพูนๆ

จะสังเกตเห็นว่า ส่่วนผสมที่หนักในการหมัก คือ น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ในสูตรที่พี่อ้อบอกมา ไม่มีน้ำตาล แต่กอล์ฟว่า มันควรจะหวานหน่อยนะ เลยเติมเอง

หมักทิ้งไว้เลยซักคืนนึง แต่ถ้าเอาด่วนๆ ครึ่งชม.ก็น่าจะพอ ถ้ากลัวเค็มไม่เข้าเนื้อ แนะนำให้ใส่เกลือมากหน่อย แล้วลดปริมาณซีอิ๊วขาวและน้ำมันหอยลงหน่อย เพราะกอล์ฟสังเกตว่า เกลือหมักเข้าเนื้อไก่ใช้เวลาไม่นานเลย มันก็เค็มเข้าเนื้อแล้ว

วิธีทำ

ง่ายมากไม่มีอะไรเป็นพิเศษ คือ

  1. ใส่น้ำมันในหม้อ ตั้งไฟจนร้อน ใส่ไก่ที่หมักไว้ลงผัด จะเห็นว่ามันจะข้นๆหน่อย ไม่เป็นไร ค่อยๆผัด
  2. ถ้ามันหนืดเกิน ก็ให้เติมน้ำเปล่าเข้าไป ไม่งั้นแป้งจะติดหม้อ แล้วจะไหม้ได้  ค่อยๆเติม ค่อยๆเคี่ยว จนไก่สุก
  3. พอไก่สุก ก็ค่อยเติมน้ำลงไป อันนี้จะเป็นน้ำราดของเรา ใส่จนท่วม หรือใส่ในปริมาณที่เราชอบ บางคนก็ชอบน้ำเยอะๆ บางคนก็ชอบน้ำคลุกคลิก แต่จะบอกว่า เคี่ยวไปเรื่อยๆ น้ำมันจะค่อยๆ เหือดแห้ง ยังไงก็อย่าให้แห้งมาก เดี๋ยวจะไหม้
  4. ให้ดูว่า สีของน้ำราด ดำพอไหม ถ้าไม่เข้มพอ ให้เติม ซีอิ๊ดำลงไป
  5. ชิมก่อนซักที ดูว่า รสชาดอยู่ประมาณไหน เพราะหลังจากเติมน้ำไป น้ำมันจะใส ไม่ข้น แล้วรสชาด ก็จะจืดลง
  6. อย่าพึ่งปรุงอะไรเพิ่ม (จากประสบการณ์ กอล์ฟจะพบว่า ควรจะผสมแป้งข้าวโพดกับน้ำเย็นแล้วใส่ลงในหม้อก่อน ทำให้น้ำราดหนืดขึ้น ก่อนที่จะเริ่มปรุงรสชาดเพิ่ม) ถ้าใส่น้ำผสมแป้งข้่าวโพดไปทีหลัง รสชาดจะจัดขึ้นทำให้ทุกอย่างไม่พอดี
  7. เอาแป้งข้าวโพด ผสม น้ำเย็น ปริมาณตามใจชอบแต่ไม่ต้องเยอะ เพราะเราต้องการให้แค่น้ำราดหนืดขึ้น ใส่ลงไปตอนเดือดๆเลย ค่อยๆเท ค่อยๆผสม แล้วก็ ค่อยๆคน
  8. จากนั้นเราก็เติม ส่วนผสมหลักของเราเข้าไปเพิ่มเพื่อให้รสมันเข้มข้น ก็คือ ค่อยๆเติมเพิ่ม น้ำมันหอย และ ซีอิ๊วขาว ถ้าอยากให้หวานหน่อย ก็เติม น้ำตาล เพิ่มพริกไทย ลงไปด้วยถ้ากลิ่นพริกไทยไม่แรงพอแต่ไม่ต้องใส่มาก
  9. รสชาด อย่าให้เข้มข้นมาก เพราะว่า เมื่อมันเย็นตัวลงรสชาดจะจัดขึ้น
  10. เคี่ยวไปซักพัก แล้วปิดเตา แค่นี้ก็เสร็จแล้ว ทอดไข่ดาวซักใบ โปะบนจานข้าว แล้วราดหน้าไก่ลงไป อืมม อร่อย!

ถ้าไม่เข้าใจส่วนไหน ทิ้งคำถามไว้ได้นะ หรือถ้าใครเอาไปลองทำแล้ว อย่าลืมแวะกลับมา comment ด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง

Tamagoyaki

by

dsc02984_resize

ว้า… อาทิตย์นี้เหนื่อยจริงๆ งานเยอะไม่เวลาอู้เขียน blog เลยเนอะ วันนี้กลับบ้านมามีของมาส่ง ที่แท้ก็กระทะทำไข่หวานที่เราสั่งไว้นั่นเอง กอล์ฟเป็นคนชอบทานไข่หวานญี่ปุ่น ไปร้านอาหารญี่ปุ่นทีไรจะตั้งสั่งมากินเล่น หลังๆแบบว่าไม่ค่อยได้ออกไปกินข้าวนอกบ้านเลย อีกอย่าง Tamagoyaki มันก็ไม่ได้ยากอะไรนักหนา หาวิธีทำ สารพัดสูตรเยอะแยะไปบนอินเตอร์เน็ต เราก็แค่มาปรับเปลี่ยนประยุกต์ ตามวัตถุดิบที่เรามี ที่แน่ๆ ขาดไข่ไม่ได้ อย่างอื่นพอถูกๆไถๆ เย็นนี้เลยได้ฤกษ์ฉลองกระทะใหม่ กระทะที่ได้มาเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลึกประมาณ นิ้วครึ่งถึงสองนิ้วได้ กว้างน่าจะซัก หกนิ้ว ยาว แปดนิ้ว ไม่ใหญ่เลยครับ เล็กกระทัดรัด

วัสดุที่ต้องใช้ คือ กระทะ Tamagoyaki

วัตถุดิบที่ใช้

  1. ไข่ไก่ 4 ฟอง (ที่บ้านเหลือแค่นี้อ่ะ)
  2. น้ำตาล 1.5 ช้อนชา ถ้าไม่ชอบหวานก็ลดหน่อยก็ได้
  3. เกลือ นิดหน่อย
  4. น้ำเปล่า ครึ่ง ถ้วย (จริงๆตามสูตร เขาว่าต้องใช้น้ำสต๊อก หรือ Dashi แต่ที่บ้านไม่มีเลยใช้น้ำเปล่าเลย)

 

dsc02985_resize

ขอบอกสูตรนี้มั่วๆเอานะ แต่ทานได้อร่อยเหมือนที่ร้านเลย ไม่เห็นต้องใช้น้ำสต๊อก หรือ Dashi เลยนะกอล์ฟว่า จากนั้นก็ อุ่นกระทะไฟปานกลาง เอา Paper Towel ชุบน้ำมันแล้ว ทาๆ กระทะ จากนั้น ก็เทไข่ที่ตีเข้ากันกับส่วนผสมทุกอย่างแล้ว ไม่ต้องเทหมด เทพอที่ไข่มันลงไปทั่วกระทะ ไม่ต้องหนามาก เพราะเราจะหมุนออกจากตัวเราไปเป็นชั้นๆ พอไข่เริ่มสุกแล้วเราก็เริ่ม ใช้ตะเกียบม้วนไป ม้วนหมดหนึ่งรอบ จากนั้นเลื่อนไข่ที่ม้วนแล้วกลับมาทางด้านที่ชิดตัวเรา จากนั้นก็ทาน้ำมันเพิ่ม แล้วเทไข่ลงต่อ เหมือนเดิม ไม่ต้องเทหนา ยกไข่ที่ม้วนแล้วรอบแรกขึ้นแล้ว ยกกระทะ เทให้ไข่ไหลไปข้างล่าง รอแป๊บนึงให้ไข่พอสุก

dsc02980_resize

จากนั้นก็ม้วนไข่ออกจากตัว ค่อยๆม้วนไปเรื่อยจนสุดกระทะ ทำไปเรื่อยๆจนไข่หมด แค่นี้เอง ก็เสร็จสมบูรณ์

dsc02981_resize

นี่เป็นการทำครั้งแรกของกอล์ฟนะ อาจจะไม่สวยเหมือนที่ร้านเขาทำกัน แต่เอาน่ะ ทำกินเอง เพื่อนๆก็ลองไปทำดูนะ เมืองไทยก็มีขายกระทะแบบนี้สองร้อยกว่าบาทมั้ง

dsc02983_resize

Bentō (弁当 or べんとう)

by

I have been packing lunch to work for couple weeks now. I’m trying to control the portion of the meal. Often, when I go out to the restaurant, I would eat more than I need to. That’s not helpful at all when I’m watching my weight. The first week of lunch prepartion was OK. During the second week, I feel like this is getting bored. I’m sick of my lunch. I need to do something! Then, the word “Bento” came to my mind. That’s right! Bento would make my lunch more interesting. I not only love to eat, but also love to cook. I want to be creative in food preparation and presentation. So, I thought doing Bento might be fun.

Have you ever heard about Bento? You probably have seen this word in some Japanese restaurant’s menu. Food will come in a nice plastic lacquerware box with different compartnents inside. You will get all kind of side dishes, such as shrimp tempura, pickled vegetables, fried fish, etc.

By definition, Bento is a single-portion takeout or home-packed meal common in Japanese crusine. It’s common for Japanese to spend considerable time and energy to produce an appealing boxed lunch for loving ones.

I have some pictures below (from Flickr). When Japanese people want to do something appealing, they really make it happen. They are very creative and have all kinds of cool gadgets to make Bento.

bento example

Bento example 

Bento Example 

 Tools to makke Bento

I’ll make the first Bento and post the picture on here! If you have pictures of Bento, please share!