Larb Moo

by

DSC04292_resize_resizeอยากกินลาบมาหลายวันแล้ว พึ่งได้ฤกษ์ลงมือทำวันนี้ ลาบเป็นเมนูที่ทำง่ายๆ แค่เอาส่วนผสมมาปรุงรสตามที่เราชอบ 

 

มาดูส่วนผสม เครื่องปรุงกัน

  1. หมูสับ
  2. พริกป่น
  3. ผักชีฝรั่ง
  4. ใบมินท์
  5. ต้นหอม
  6. หอมแดง (เผอิญที่บ้านไม่มีเลยไม่ได้ใส่)
  7. ข้าวคั่ว (เอาข้าวสารมาคั่วบนกระทะ แล้วตำด้วยครก)
  8. น้ำปลา
  9. มะนาว
  10. น้ำตาล (ใส่นิดหน่อย)

 

DSC04295_resize

 

วิธีทำ

  1. เอาเนื้อหมูสับมาลวก เผอิญกอล์ฟอยากกินแห้งๆ ก็เลยสะบัดน้ำออกหมดเลย
  2. ใส่ข้าวคั่วที่ตำไว้แล้ว
  3. ใส่ผักชีฝรั่ง ต้นหอม ที่ซอยไว้แล้ว (ถ้ามีหอมแดง ก็ซอยใส่ลงไปด้วย)
  4. ใส่ใบมินท์ ซัก 5-6ใบ
  5. ปรุงน้ำปลา มะนาว เอาสองรสนี้เป็นรสนำ ชิมๆเอาตามใจชอบ
  6. ใส่น้ำตาลนิดหน่อยให้รสกลมกล่อมขึ้นมานิด
  7. ใส่พริกป่น เผ็ดตามใจชอบ
  8. คลุกให้ทั่ว ตักใส่ชาม แล้วโรยด้วย ใบมินท์

 

ปล. เผอิญเป็นคนไม่กินผักเคียงที่ ตามร้านอาหารจะชอบใส่มาแต่งจาน เช่นกระหล่ำ ถั่วฝักยาว อะไรพวกนี้ ถ้าชอบก็เอาแต่งจานก็ได้นะครับ

 

DSC04293_resize

 

ไม่ยากเลยใช่ไหม…แป๊บเดียวก็เสร็จ ไม่อ้วนด้วย ฮ่าๆ

Cashew Nut Chicken

by

อยากทำเมนูนี้มานานแล้ว แต่ไม่เคยได้ทำซักที เพราะไม่รู้จะไปหาพริกแห้งที่ไหน แต่แล้วฝันก็เป็นจริง ในที่สุดกอล์ฟก็หาซื้อพริกแห้งได้ เมนูนี้ไม่ได้ดูสูตรจากที่ไหน เพราะคิดว่าก็เหมือนผัดทั่วไป เพียงแต่ผัดให้แห้งหน่อย

 

DSC04272small

 

กอล์ฟสังเกตว่าเวลาผัดเนื้อส่วนใหญ่จะมีน้ำออกมาเอง เที่ยวนี้ก็เลยคิดว่าจะหมักไก่แล้วใส่แป้งมันเข้าไปด้วย เวลาผัดจะได้ดูแห้งๆหน่อย ก็จัดการหมักไก่ด้วยแป้งมัน เกลือ พริกไทย หมักข้ามคืน แล้ววันรุ่งขึ้นก็เอามาผัด

 

DSC04277small

 

ซอสที่ใช้ อาจจะไม่เหมือนชาวบ้านเพราะนี่คือสูตรตามใจฉัน ฮ่าๆ

  1. ซอสน้ำมันหอย
  2. ซอสภูเขาทอง ฉลากเขียว
  3. ซีอิ๊วขาว
  4. น้ำตาล นิดหน่อย
  5. พริกไทย
  6. ซอสพริกศรีราชาหน่อย จะได้สีออกแดงๆ เผ็ดหน่อยๆ
  7. ถั่วหิมะพาน
  8. หัวหอม
  9. ถ้ามีต้นหอม ก็น่าจะใส่ด้วย แต่เผอิญตอนที่ผัดไม่มี
  10. กระเทียม
  11. พริกแห้ง

 

DSC04283small

 

วิธีทำ

  1. น้ำมันให้ร้อนปานกลาง
  2. กระเทียม หัวหอม พริกแห้ง ผัดรวมกัน พอให้มีกลิ่นหอม
  3. ใส่ไก่ที่หมักไว้ ลงไปผัด
  4. จากนั้นใส่พวกซอสปรุงรสทั้งหลาย
  5. ตามด้วยถั่วหิมะพาน
  6. ชิมรสดูหน่อยว่ายังขาดอะไร แล้วก็เติมๆเอา ฮ่าๆ

 

แค่นี้เองก็เสร็จแล้ว ไม่ยากอย่างที่คิดเลยเนอะ

Ba-Jang

by

อาทิตย์ก่อนโน้น ลองทำบ๊ะจ่างกินเอง เพื่อทำให้เข้ากับเทศกาลที่เมืองไทย กอล์ฟก็ไม่เคยทำหรอก แต่ก็นักคิดอยู่นานนะ ว่าจะทำยังไงดี เพราะไม่อยากเอามานึ่ง มันยุ่งยากเหลือเกิน ก็มานั่งทวนหลักทฤษฏีกันก่อน เพราะว่า กอล์ฟรู้ว่าหม้อหุ้งข้าวตัวเก่งของกอล์ฟ หุงข้าวเหนียวออกมาสวยงาม ไม่ต้องแช่ให้เสียเวลา ก็เลยคิดไปว่า ถ้าเราเอาข้าวเหนียวนะ ใส่รวมกับเครื่องบ๊ะจ่างพวก หมูชิ้น เห็ดหอม กุ้งแห้ง ลงไป แล้วหุงรวมกันเลยก็น่าจะพอไหวนะ

 

dsc04235_resize

 

ว่าแล้วก็ได้ฤกษ์ … ก่อนอื่น มาดูเครื่องปรุงก่อน ขอออกตัวก่อนว่า วัตถุดิบมีไม่ครบ แล้วก็บางอย่างไม่ชอบกิน บางอย่างทำไม่เป็น เลยออกมาตามนี้

1. ข้าวเหนียว 2 ถ้วย

2. เห็ดหอมแช่น้ำแล้ว หั่นเป็นเส้นขนาดกลางๆ ไม่ต้องบางหรือหนาเกินไป (ไม่ต้องเทน้ำแช่เห็ด นะ)

3. กุ้งแห้งแช่น้ำทิ้งไว้ ซัก 15 นาที ให้มันนิ่มแล้วล้างพวกรสเค็มๆออกไป

4. กุนเชียง ซัก สองท่อน

6. หมูหมัก (เนื้อหมู กอล์ฟหมัก ด้วย เกลือ พริกไทย ซีอิ้วดำ น้ำมันหอย แล้วน้ำตาล ผงกระเทียม –เวลาหมัก กอล์ฟจะหมักหนักไปที่ พริกไทยและผงกระเทียม จะได้หอมๆ)

5. เกลือ

6. น้ำตาล

6. น้ำมันหอย

7. ซีอิวดำ

8. น้ำมันพืช

9. ซีอิ๊วขาว

10. ซอสภูเขาทอง

 

วิธีทำ

บอกก่อนนะครับ สูตรกอล์ฟ คือใช้หม้อหุงข้าวทำเลยนะครับ

1. น้ำมันตั้งไฟอ่อน

2. เอาเห็ด กุนเชียง กุ้งแห้ง และหมูลงไปผัด

3. พอหมูเริ่มจะสุก ใส่ข้าวเหนียวลงไปเลย

4. ปรุงตามใจเลย ใส่ซอส เครื่องปรุงทุกอย่าง ใส่กลางๆ ถ้ารสไม่ได้ค่อยไปปรุ่งใหม่ในหม้อหุงข้าว ฮ่าๆ

5. ถ้ามันแห้ง กอล์ฟจะเติมน้ำที่แช่เห็ด ลงไปหน่อย ไม่ให้มันแห้ง หรือไหม้

6. ผัดไม่นาน แล้วเทเข้าหม้อหุงข้าวเลย

7. หม้อหุ้งข้าวของกอล์ฟ เวลาหุงๆ เหมือนข้าวสวยธรรมดา แต่กอล์ฟจะใส่ น้ำต่ำกว่าขีดแบบแตะๆเส้น

8. กดปุ่ม รอเวลา ประมาณ 20 นาที ก็สุก

9. ถ้าข้าวเหนียวไม่สุก ก็เติมน้ำกดต่อ ทุกอย่างแก้ไขได้ อยากปรุงรสอะไรเพิ่มปรุงเลย

 

dsc04234_resize

 

แต่เผอิญ กอล์ฟทำครั้งแรก รสชาดก็ถูกปากพอดี ไม่ต้องแก้ไขอะไรเลย วู้ฮู้…

 

ขอให้ทำสำเร็จนะเพื่อนๆ

Crispy Pork

by

ปกติทุกวันศุกร์ จะมีของสดมาลงที่ ร้าน Asian วันนี้เกิดอยากลองทำหมูกรอบ ก็เลยไปซื้อหมูสามชั้นมา

 

สูตรก็ไม่มี เคยแต่อ่านผ่านตา จำได้ว่าไม่มีอะไรมาก ทำออกมาก็ไม่เลวร้ายเลยนะ อร่อยกว่าไปซื้อมากินซะอีก

img00057-20090515-1915_resize

นี่คือวิธีการที่กอล์ฟทำนะครับ

หมูกรอบ แบบอบ

1) เอาหมูออกมาล้าง

2) ต้มในน้ำใส่เกลือ พอประมาณ แล้วก็ น้ำส้มสายชู ซักครึ่งถ้วย กะๆ เอาให้ได้สัดส่วนกับปริมาณน้ำที่เราใส่ต้มในหม้อ

3) ต้มซัก 10 นาที ประมาณ พอสุก ไม่ถึงกับสุกเลยซะทีเดียว

4) หยิบหมูสามชั้น สะบัดเอาน้ำออก

5) เอาส้อม มาจิ้บหนัง จิ้มๆๆๆๆ จิ้มๆๆๆ (ขณะที่จิ้ม ก็ไปอุ่นเตาอบที่ 400 องศาฟาเรนไฮ)

6) พอเตาอบเริ่มร้อนได้ที่ เอาหมูสามชั้นใส่ ถาดที่มีตะแกรง วางบนตะแกรง (เอาฟอยห่อถาดก่อนนะครับ จะได้ไม่ต้องมาล้างให้ยุ่งยากทีหลัง น้ำมันจะหยดลงฟอย เราก็เอาฟอยไปทิ้งหลังจาก อบเสร็จนั่นเอง)

7) อบไปเรื่อยๆ ซัก 30 นาที เปิดเช็คดูนะครับว่าถึงไหนแล้ว

8) อบไปเรื่อยๆ จนเกรียมได้ที่ แค่นี้เอง

img00059-20090515-1915_resize

 

แต่กอล์ฟก็เกือบทำไหม้จนกินไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่าใจร้อน ไปเปิด Broil ก็คือให้เตาอบ อบเฉพาะด้านบน เปิดแป๊บเดียวไหม้เลย ถ้าใครจะทำตาม ต้องยืนเฝ้าเลยนะ ระหวังไหม้ด้วยละกันนะครับ

Flan

by

Flan is a typical spanish style custard dessert. It has caramel sauce on the top. Flan is not eay to make, but with Jell-O technology. You can make it with ten minutes. Flan is so yummy!! It’s pretty easy to make it if you have an instant box hahaha. It turned out very well. With one box, I can make three cups of flan.

07022009394_resize

07022009395_resize

07022009397_resize

 

07022009401_resize

 

08022009407_resize

Floating Lotus

by

Floating Lotus หรือ บัวลอยนั่นเองฮ่าๆ วันก่อนได้มีโอกาสลงมือทำบัวลอยเผือกเอง นี่เป็นครั้งแรกที่ทำบัวลอยเองเลย ปกติจะเป็นแค่ลูกมือ ช่วยนวดแป้งบ้าง ช่วยปั้นบ้าง แต่คราวนี้ภูมิใจสุด ปรุงเองปั้นเอง นึ่งเอง ทุกอย่าง

31012009381

บัวลอยเผือก ไม่ยากอย่างที่คิดเลย ไม่ต้องมีตำรงตำราอาหารอะไรทีั้งนั้น เครื่องปรุงไม่มีอะไรมากเลย แต่จะเสียเวลาตรงปั้น ตรงนวดนั่นเอง

.

มาดูส่วนผสมกันก่อน

  1. เผือก เอาไปนึ่งแล้วสับๆๆ ให้ละเอียด
  2. น้ำตาลทราย หรือจะใช้น้ำตาลปี๊บก็ได้ ส่วนกอล์ฟใช้สองอย่างเลย ฮ่าๆ ก่ะๆ เอาอย่าให้หวานมาก
  3. เกลือ – ต้องใส่หน่อย กระทิจะได้เค็มๆมันๆ
  4. ใบเตย จะได้กลิ่นหอมๆ
  5. แป้งข้าวเหนียว เอาไว้ผสมกับเผือก แล้วปั้น
  6. น้ำเย็น ไว้คอยเติมตอนนวดแป้งข้าวเหนียวกับเผือก
  7. สีผสมอาหาร
  8. กระทิ

31012009376

วิธีทำคร่าวๆนะ สัดส่วนปรับเปลี่ยนตามใจชอบเลย สนุกตรงนี้ล่ะ

  1. เอาเผือกมาลอกๆเปลือกแล้วล้าง
  2. นึ่งซัก เจ็ดถึงสิบนาที อย่าให้เละมาก เอาพอดีๆ ลองเอาส้อมจิ้มดู
  3. เอาเผือกที่นึ่งแล้วผึ่งลมซักพักให้เย็นลง จากนั้น เริ่มผสม แป้งข้าวเหนียว ซัก 1ใน3 ของถุง
  4. ค่อยๆ ใส่น้ำทีละครึ่ง ถ้วย แล้วค่อยๆ นวดๆ ค่อยบีบ ค่อยใส่น้ำจนนวดเป็นก้อนเนื้อเดียวกัน ถ้าน้ำเยอะไป ก็เติมแป้งเอา
    31012009379
  5. คราวนี้มาแบ่งใส่สี อยากได้สีอะไรก็หยอดๆลงไปได้เลย
  6. ปั้นให้เป็นก้อนเม็ดๆ
    31012009378
  7. ต้มน้ำให้เดือดไว้ลวกเม็ดบัวลอย
  8. ขณะที่รอน้ำเดิอด เราก็มาทำน้ำกระทิราดบัวลอย เอากระทิตั้งไฟ ใส่ใบเตยด้วย
    31012009377
  9. จากนั้นใส่น้ำตาลปี๊บซัก สองช้อน แล้วน้ำตาล เยอะหน่อย ก่ะๆเอา แล้วแต่รสที่เราชอบ
  10. พอน้ำต้มเดือด เราก็ใส่บัวลอยที่ปั้นไว้ได้เลย ถ้ามันสุก มันจะลอยขึ้นมา
  11. ตักใส่ชามรอ กระทิเริ่มร้อนจนเกือบเดือด ไม่ต้องรอกระทิจนเดือดพล่านก็ได้ เดี๋ยวจะแตกมันซะก่อน
  12. เอาน้ำกระทิราดลงในชามที่มีเม็ดบัวลอยที่ลวกทิ้งไว้แล้ว แค่นี้เองก็อร่อยได้แล้ว

31012009384

ถ้าใครชอบมะพร้าวอ่อน ก็ใส่ลงไปด้วยก็ได้ หวานมันดี ฮ่าๆ

31012009382

Hot Hors D’oeuvre

by

งงกันล่ะสิว่า คำนี้ hors d’oeuvre อ่านว่าอะไร คำๆนี้คนไทยใช้กันบ๊อยบ่อย แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าสะกดอย่างไรและมีที่มาจากไหน คำนี้อ่านว่า “ออ-เดิฟ” ไงจ๊ะ เป็นคำที่มาจากภาษาฝรั่งเศษ สังเกตุได้จากลักษณะการสะำกดคำ เวลาอ่านไม่ออกเสียง “H” นะครับ

เมื่อเปิดพจนานุกรม ก็จะพบว่าคำนี้ แปลว่า “literally, outside of the work” ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้แทนคำนี้ก็คือ “Appetizer” นั่นเอง แปลเป็นภาษาไทยง่ายๆก็คือ อาหารเรียกน้ำย่อย

เมื่อวาน เจ๊๊ยบ ซีซ่า และก็หลิน มาช่วยกันทำ Hot Hors D’oeuvre เมนูใหม่ซึ่งไม่เคยทำกันมาก่อน เมนูนี้คือ “หอยจ๊อ” ทำไม่ยากแต่วิธีการหลายขั้นตอนเหมือนกัน ทำออกมาอร่อยใช้ได้เลยทีเดียวสำหรับการทำครั้งแรก ที่นี่หากินยาก ทำกินเองได้ขนาดนี้่ถือว่าเยี่ยมเลย

วิธีทำแบบคร่าวๆ คือ ก่อนอื่นเราก็ต้องเอาฟองเต้าหู้ที่แช่น้ำ แล้วมาม้วนกับไส้ข้างในของเรา และก็เอาเชื่อกผูกเป็นปล้องๆ ฝืมือการม้วนของซีซ่า บวกกับฝีมือการผูกเชื่อกของเจี๊ยบและ เอ่อ..ฝีมือการแบ่งเส้นเชื่อกของหลินแล้ว ก็ออกมาสวยงามตามที่เห็นในภาพ (คนในรูป คือซีซ่า กับ เจี๊ยบ พ่อครัว แม่ครัวเอก ประจำครัว Goffee Shop ของเรานั่นเอง ฮ่าๆ ส่วนหน้าที่ของกอล์ฟ คือ เป็น Executive Chef (Chef คำนี้ก็มาจากคำฝรั่งเศษ อีกเช่นกัน ย่อมาจากคำว่า Chef de cruisine) คอยตรวจความเรียบร้อย ชิม และก็รอกินอย่างเดียวนั่นเอง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ส่วนหลินเป็น Assistant คอยยื่นอุปกรณ์ กับรอกินนั่นเองฮ่าๆ

งานนี้ต้องขอบคุณ chef ซีซ่า Chef เจี๊ยบ ที่ไปจ่ายตลาดซื้อของมาทั้งหมดและก็แสดงฝีมือให้ทาน รูปที่เห็นก็มาจาก Hi5 ของซีซ่าเช่นกัน :mrgreen: ขอบคุณสูตร จาก Blog ของ คุณ ปูขาเก เซมารู ถ้าไม่รู้จะกินอะไรขอบอกให้ไปดู blog นี้ มีเมนูที่สร้างสรรค์เยอะมาก

น่ากินไหมเอ่ย ถ้าอยากชิม บอกได้ ราคากันเอง

Egg Noodle with Shrimp Wontons

by

อ๊ะๆ เมนูเด็ดอาทิตย์นี้ของร้าน Goffee Shop คือ บะหมี่เกี๊ยวทะเลหมูแดง น่ากินสุดๆ เมื่อประมาณอาทิตย์กว่าๆ พี่อ้อโทรมาถามว่าปรุงรสก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตร Goffee shop นี่ทำอย่างไร เพราะเขาปรุงแล้วไม่ได้รสเข้มข้นแบบที่เคยกิน กอล์ฟก็เลยว่าจะมาสาธิตการทำบะหมี่แบบคร่าวๆเอาไว้ที่นี่ มันก็ไม่ได้ยากอะไร ปรุงตามรสเรามากกว่า เผอิญชอบกินแบบน้ำคลุกคลิกรสหวานๆเปรียวๆหน่อย และที่ขาดไม่ได้คือ น้ำพริกเผา ใช่แล้วต้องใส่ด้วยถึงจะเด็ด ปกติก็จะทำแค่บะหมี่ กับ เกี๊ยว แต่คราวนี้ครบเครื่องกันหน่อย มีการใส่เนื้อปู และหมูแดงด้วย ขอบอก หมูแดงนี่อบเองเลยนะคร้าบ! เกี๊ยวก็ห่อเองนะ แต่ บะหมี่ ไม่ได้นวดเอง ฮาาาาา…..

วิธีทำ เกี๊ยวกุ้ง

ส่วนผสม:

  1. เนื้อหมูสับ หรือ เนื้อไก่สับ (Walmart มีไม่ต้องสับเอง)  1/3 ส่วน หรือ ครึ่ง แพ๊ค
  2.  เนื้อกุ้งสับ อันนี้ต้องมาสับเอง เอาละเอียดซักส่วนนึง อีกส่วนนึงไม่ต้องเยอะนะ สับแบบหยาบหน่อย ปริมาณกุ้งเมื่อสับแล้ว ควรจะมีเนื้อกุ้งมากกว่า เนื้อหมู หรือเนื้อไก่ จะได้อร่อยๆ 😆
  3. ต้นหอมเล็กน้อย สองสามต้นก็พอ หั่นละเอียด
  4. น้ำมันงา ซัก 1 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำตาลทราย  1 ช้อนชา พูนหน่อย ถ้าชอบรสหวานหน่อย
  6. ซีอิ๊วขาว กระทุ้งเข้าไปซัก สามสี่ เหยาะ
  7. น้ำมันหอย ใส่ซํกสองเหยาะ
  8. ซอสภูเขาทอง ใส่ซักสองเหยาะ
  9. เกลือ ใส่ซัก ครึ่งช้อชา
  10. น้ำเย็น ครึ่งถ้วย
  11. พริกไทขาวป่น ใส่ตามใจชอบ
  12. ไข่ไก่  แยกไข่ขาว และ ไข่แดง ออกจากกัน ไข่แดงไว้ห่อแป้งเกี๊ยว ไข่ขาวไว้หมักไส้เกี๊ยว

วิธีหมัก

  1. ใส่รวมกัให้หมดเลย ยกเว้นไข่แดงนะ
  2. จะต้องคนไปคนมา จนมันเหนียวแล้วหนืด ยิ่งเหนียวยิ่งดี เวลาสุกมันจะเนื้อแน่นนุ่มอร่อย
  3. เมื่อส่วนผสมทุกอย่างเข้าที แนะนำให้ ตักใส่ชาม ซักก้อนเล็กๆหนึ่งก่อน แล้วเข้า Microwave High Level ซัก 1-2 นาที แล้วชิมรส เอา
  4. อยากได้อะไรเพิ่มก็ใส่ได้เลย แต่อย่าให้รสจัดมากเพราะว่า ถ้าหมักค้างไว้ รสชาดจะเข้มข้นขึ้น
  5. หมักทิ้งไว้ ครึ่งชม. หรือจะข้ามวันก็ได้แล้วแต่สะดวก 
  6. จะกิน แล้วค่อยห่อ หรือจะห่อ แล้วแช่ช่องแข็ง ก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา เพราะแป้งจะแฉะ

วิธีทำหมุแดง แบบเร็วๆ

  1. ใช้ผงหมูแดงไง ฮ่าๆ
  2. แต่อย่าไปทำตามวิธีหลังซองเลย เสียเวลา เอาผงหมูแดงละลายน้ำแล้วเอาไปต้มกับหมูเลย
  3. ต้มซักพักจนหมูเริ่มแดงขึ้นหน่อย ให้พอกึ่งสุกึ่งดิบ จากนั้น ก็อุ่นเตาอบไว้เลยพร้อมๆกับตอนต้มก็ได้
  4. ต้มซัก7-10 นาที ไฟแรงปานกลาง
  5. เอาเข้าเตาอบ 400 F ซัก 10 นาที คอยกลับด้าน อย่าให้ไหม้ จะเห็นว่าสีเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ
  6. พอเห็นว่าหมูเริ่มสุก เริ่มแดงได้ที่ ก็เปลี่ยนจาก Bake เป็น Broil ซะ ให้รอด้านละ 3-5 นาที คอบพลิกด้านอย่าให้ไหม้
  7. พอขอบๆเริ่มไหม้ ก็ใช้ได้ละ ปิดเตา เอาออกมาหั่น

กว่าจะได้กิน บะหมี่หมูแดง ก็เหนื่อยเหมือนกันนะ อ้อ ส่วนน้ำซุบ นี่ก็ แล้วแต่คนจะชอบ กอล์ฟก็ง่ายๆ เอาน้ำต้มกระดูกไก่ หรือหมู ต้มกับ หัวผักกาดขาว ปรุงรส ด้วย เม็ดพริกไทยขาว ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และ น้ำตาล นิดหน่อย ปรุงให้รสกลางๆ

    

วิธีปรุงน้ำต้มยำ

  1. ตั้งฉ่าย ใส่ไปเลยหยิบมือนึง เล็กน้อย
  2. น้ำตาล หนึ่งช้อนโต๊ะ ไปเลย อาจจะดูเยอะ แต่รับรองรสจัดซะใจ
  3. มะนาว บีบไปเลย ซีก สองซีก แล้วแต่ชอบ
  4. น้ำปลา หนี่งช้อนโต๊ะ เช่นกัน
  5. น้ำพริกเผา หนึ่งช้อนโต๊ะ
  6. ใส่น้ำซุบนิดหน่อย ให้มันละลายให้เข้ากัน จากนั้นชิม รสต้องจัดหน่อย เพราะเราจะต้องใส่น้ำเพิ่ม หรือจะค่อยมาปรุงเพิ่มตอนเสร็จก็ได้ แต่ที่ต้องใส่น้ำซุบก่อนเพราะว่า น้ำพริกเผาและน้ำตาลจะได้ละลายก่อน เวลาใส่บะหมี่ กับเกี๊ยวลงไป จะได้คนง่ายๆหน่อย

แค่นี้ล่ะ ก็อร่อยได้แล้ว ต้องกินกันหลายคน หลายมื้อหน่อย ถึงจคุ้มเวลาทำนะเนี่ย Enjoy Eating ทุกท่าน ติชมกันได้นะ หรือจะกลับมาเล่าสู่กันฟังก็ได้ว่า ผลออกมาเป็นอย่างรกันบ้าง

Kung Ob Woonsen

by

Kung = Shrips

Ob = Bake

Woonsen = Clear/Glass Noodle

So, that’s the name of this menu. It’s fairly simple to cook.

Ingredients are:

  1. Shrimps (Best if you don’t peel the shell off yet)
  2. Woonsen (Vermicelli) soaked in the warm water for 10-15 min
  3. Bacon (just a few slices to put at the bottom of the pot)
  4. Prepper 1 Teaspoon or more if you like
  5. Sesami Oil 2 Teapoon
  6. Cilantro 1 cup
  7. Soy Sauce 1 Tablespoon
  8. Oyster Sauce 1 Tablespoon
  9. Sugar 2 Teaspoon
  10. Vegetable Oil 2 Teaspoon
  11. Garlic powder 1 Teaspoon

How To:

  1. After soaking Woonsen for 10-15 min, rinse it and mix with prepper, sesami oil, soy sauce, oyster sauce, sugar, vegetable oil, garlic power.
  2. Add half of cup of cilantro
  3. Add shrimps
  4. Mix everything up and leave it for 10 min
  5. Lay slices of bacon at the bottom of the pot or wok
  6. put everything including all the mixed source and ingredients on top of bacon
  7. Close the lid and set meduim heat
  8. Leave it for 10 min or until Woonsen gets softer or done – Stir if needed to prevent from burning at the bottom.
  9. When it’s almost done, put the rest of cilantro
  10. Cook until everything is done.

 

ข้าวราดหน้าไก่

by

วันนี้ได้ฤกษ์ทำข้าวราดหน้าไก่ หมักไว้ตั้งแต่เมื่อวาน สูตรข้าวหน้าไก่นี้สืบทอดมาจาก พี่อ้อ นั่นเอง ตอนนี้ย้ายไปอยู่ Utah ซะละ พึ่งย้ายไปเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วนี่เอง สูตรข้าวหน้าไก่นี้จะออกมาแนวๆ ข้าวราดหน้าไก่ห้าแยก หรือข้าวราดหน้าไก่ราดรสเด็ด ที่สยาม กอล์ฟทานแล้วคิดว่าเหมือน อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว ส่วนผสมอาจจะไม่ตรงเป๊เหมือนเจ้าของร้านต้นฉบับดั้งเดิมแต่ว่า อร่อยแน่ๆ อยากให้เอาไปลองทำกัน

ข้าวราดหน้าไก่ไข่ดาว

ข้าวราดหน้าไก่ไข่ดาว

แต่วิธีทำอาหารของกอล์ฟจะใช้การชิมเป็นหลัก พวกสัดส่วนนี้ ไม่ชอบดูไม่ค่อยวัดแล้วทำตามได้หรอก เพราะก่ะปริมาณไม่ถูกจริงๆ วิธีการของกอล์ฟก็เช่นเคย ใช้ดูเอาว่าส่วนผสมอะไรเป็นหลัก กลิ่นหรือรสอะไรนำ เราก็ใส่ส่วนผสมนั้นเยอะหน่อย ดูเป็นสัดส่วนเอาแทนที่จะเป็น จำนวนช้อนโต๊ะ หรือ ถ้วยตวง

ก่อนที่จะได้สูตรนี้ก็เคยลองทำหลายทีแล้วแต่ไม่สำเร็จ กลิ่นมันไม่ได้ แต่ตอนนี้รู้แล้วล่ะว่า ขาดอะไร หรือ ใส่อะไรเกินลงไป เรามาดูส่วนผสมหลักกันเลยละกัน กอล์ฟจะบอกคร่าวๆ ก่ะๆ เอานะ

ส่วนผสมข้างล่างให้เอา มาหมักรวมกันเลยนะครับ

  1. ไก่ (ส่วนอก หรือ สะโพกก็ได้ แล้วแต่ชอบ)  1 กิโลกรัม (หั่นเป็นลูกเต๋า)
  2. น้ำมันหอย                                              3 ช้อนโต๊ะพูนๆ
  3. ซีอิ๊วขาว                                                 3 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาลทราย                                           1 ช้อนโต๊ะ
  5. พริกไทยขาว                                           มากน้อยตามใจชอบเลย
  6. เกลือ                                                     ใส่เล็กน้อย
  7. น้ำมันงา                                                  2 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ๊วดำ                                                   2 ช้อนโต๊ะ
  9. แป้งข้างโพด                                            2 ช้อนโต๊ะพูนๆ

จะสังเกตเห็นว่า ส่่วนผสมที่หนักในการหมัก คือ น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ในสูตรที่พี่อ้อบอกมา ไม่มีน้ำตาล แต่กอล์ฟว่า มันควรจะหวานหน่อยนะ เลยเติมเอง

หมักทิ้งไว้เลยซักคืนนึง แต่ถ้าเอาด่วนๆ ครึ่งชม.ก็น่าจะพอ ถ้ากลัวเค็มไม่เข้าเนื้อ แนะนำให้ใส่เกลือมากหน่อย แล้วลดปริมาณซีอิ๊วขาวและน้ำมันหอยลงหน่อย เพราะกอล์ฟสังเกตว่า เกลือหมักเข้าเนื้อไก่ใช้เวลาไม่นานเลย มันก็เค็มเข้าเนื้อแล้ว

วิธีทำ

ง่ายมากไม่มีอะไรเป็นพิเศษ คือ

  1. ใส่น้ำมันในหม้อ ตั้งไฟจนร้อน ใส่ไก่ที่หมักไว้ลงผัด จะเห็นว่ามันจะข้นๆหน่อย ไม่เป็นไร ค่อยๆผัด
  2. ถ้ามันหนืดเกิน ก็ให้เติมน้ำเปล่าเข้าไป ไม่งั้นแป้งจะติดหม้อ แล้วจะไหม้ได้  ค่อยๆเติม ค่อยๆเคี่ยว จนไก่สุก
  3. พอไก่สุก ก็ค่อยเติมน้ำลงไป อันนี้จะเป็นน้ำราดของเรา ใส่จนท่วม หรือใส่ในปริมาณที่เราชอบ บางคนก็ชอบน้ำเยอะๆ บางคนก็ชอบน้ำคลุกคลิก แต่จะบอกว่า เคี่ยวไปเรื่อยๆ น้ำมันจะค่อยๆ เหือดแห้ง ยังไงก็อย่าให้แห้งมาก เดี๋ยวจะไหม้
  4. ให้ดูว่า สีของน้ำราด ดำพอไหม ถ้าไม่เข้มพอ ให้เติม ซีอิ๊ดำลงไป
  5. ชิมก่อนซักที ดูว่า รสชาดอยู่ประมาณไหน เพราะหลังจากเติมน้ำไป น้ำมันจะใส ไม่ข้น แล้วรสชาด ก็จะจืดลง
  6. อย่าพึ่งปรุงอะไรเพิ่ม (จากประสบการณ์ กอล์ฟจะพบว่า ควรจะผสมแป้งข้าวโพดกับน้ำเย็นแล้วใส่ลงในหม้อก่อน ทำให้น้ำราดหนืดขึ้น ก่อนที่จะเริ่มปรุงรสชาดเพิ่ม) ถ้าใส่น้ำผสมแป้งข้่าวโพดไปทีหลัง รสชาดจะจัดขึ้นทำให้ทุกอย่างไม่พอดี
  7. เอาแป้งข้าวโพด ผสม น้ำเย็น ปริมาณตามใจชอบแต่ไม่ต้องเยอะ เพราะเราต้องการให้แค่น้ำราดหนืดขึ้น ใส่ลงไปตอนเดือดๆเลย ค่อยๆเท ค่อยๆผสม แล้วก็ ค่อยๆคน
  8. จากนั้นเราก็เติม ส่วนผสมหลักของเราเข้าไปเพิ่มเพื่อให้รสมันเข้มข้น ก็คือ ค่อยๆเติมเพิ่ม น้ำมันหอย และ ซีอิ๊วขาว ถ้าอยากให้หวานหน่อย ก็เติม น้ำตาล เพิ่มพริกไทย ลงไปด้วยถ้ากลิ่นพริกไทยไม่แรงพอแต่ไม่ต้องใส่มาก
  9. รสชาด อย่าให้เข้มข้นมาก เพราะว่า เมื่อมันเย็นตัวลงรสชาดจะจัดขึ้น
  10. เคี่ยวไปซักพัก แล้วปิดเตา แค่นี้ก็เสร็จแล้ว ทอดไข่ดาวซักใบ โปะบนจานข้าว แล้วราดหน้าไก่ลงไป อืมม อร่อย!

ถ้าไม่เข้าใจส่วนไหน ทิ้งคำถามไว้ได้นะ หรือถ้าใครเอาไปลองทำแล้ว อย่าลืมแวะกลับมา comment ด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง