Flourless Japanese Souffle Cheesecake

by
Flourless Japanese Souffle Cheesecake

ได้เวลาทบทวนสุตร Japanese Souffle Cheesecake กันแล้ว แต่เที่ยวนี้ มีการดัดแปลง เพราะว่าไม่ต้องใส่แป้งเค้กเลย สูตรก็ไม่มีอะไรมาก จำง่ายๆ

  • creme cheese 1 แพ๊ค
  • ไข่ 4 ฟอง แยกไข่แดง ไข่ขาวด้วย
  • ครีมออฟทาทา 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาล 60 กรัม แบ่ง ออกเป็น สองส่วน ครึ่งต่อครึ่ง ก็จได้ 30 กรัมไว้ใส่กับครีมชีส อีก 30 กรับไว้ตีกับไข่ขาว
แค่นี้เอง…สูตรไม่เยอะ วิธีทำก็ไม่ยาก อบออกมาแล้วแบบว่า ฟูฟ่อง นุ่มเหมือนฟองอากาศ ฮ่าๆ….
ไปดู มือโปรเค้าอบกันได้ที่ แม่สลิ่ม และ หลั่มหมั่นเหม่ง

เดี๋ยวจะบอกสูตรไม่ลับให้ จะได้เอาไปลองทำ แบ่งกันชิม

 

  1. ก่อนจะเริ่มทำอะไร เราเอาถาดพิมพ์มาเตรียมก่อน ไม่ต้องทาเนย ทาน้ำมันอะไรทั้งสิ้น ใช้กระดาษไขปูที่ก้นและรอบด้าน
  2. อุ่นเตาที่ 325 F
  3. เอาครีมขีส ออกมาตัดเป็นชิ้น จะได้ใช้เครื่องตีมือ ตีง่ายหน่อย แต่ถ้ามี Kitchen Aid ก็สบายหน่อยเนอะ ค่อยๆตี คอยปาดขอบ ด้วยจะได้ตีได้ทั่วๆ
  4. ค่อยๆใส่น้ำตาล ส่วนแรก 30 กรับ ลงไปตี พอเนียนแล้วค่อยใส่ไข่แดง ทีละฟอง ตีไปเรื่อยๆ จนเนียน คอยปาดก้น ปาดขอบไม่ให้มันติดเป็นก้อน
  5. พักจากตีครีมขีส เราก็มาจัดการตีไข่ขาว …​อย่าลืมล้างและเช็ดที่ตีให้แห้งก่อนล่ะ
  6. ตีไข่ขาวจะเบอร์ต่ำก่อน พอฟองเริ่มขึ้น ทะยอยใส่ ครีมทาทา ตีไปเลย จะฟองเริ่มขาว เริ่มฟู
  7. ทยอย ใส่น้ำตาล ทีละส่วน จนหมด และไข่ขาวตั้งยอด
  8. ตีต่ออีก 2 นาที ด้วยความเร็วต่ำเพิ่อไล่ลม
  9. เทส่วนไข่ขาวลงในส่วนครีมชีสที่ตีไว้ก่อน หรือจะเอาครีมขีสมาใส่ก็ได้ แล้วแต่ถนัด แต่จะต้องทำแบบ เบาๆ ไม่ให้มันยุบมาก
  10. คนตะล่อมๆ พอให้เป็นสีเดียวกัน
  11. เทใส่พิมพ์ แล้วเอาไปอบ
  12. อบนาน 40 ถึง 60 นาที พอ 30 นาทีก็ลองเช็คหน่อยละกันว่า ข้างหน้าจะไหม้ไปหรือป่าว ถ้ามันสีเริ่มเข้มไป ให้เอาแผ่นฟอยด์มาคลุมไว้
  13. ใช้ไม้จิ้มฟัน จิ้มลงไปเพื่อดูว่า ตรงก้นสุกหรือป่าว ถ้าจิ้มลงไปแล้วไม่มีอะไรติดขึ้นมาแสดงว่า สุกแล้ว
กู๊ดลัคนะทุกท่าน… ทำเสร็จแล้ว เอามาให้ชมกันด้วย

 

Bread Making

by
Bread Making

This was my first attempt to make bread without a bread maker machine or even a Kitchen Aid Mixer! I found several recipe wrote in Thai. Some of them said that using the machine was unnecessary. So, I thought I would give it a shot and made pigs in a blanket! A good thing about making bread was lesser ingredients than baking cakes.

Recipe:
Bread flour 150 g
Cake flour 100 g
Dry yeast 1 teaspoon
Sugar 35 g
Salt 1/2 teaspoon
Dry milk 20 g
Warm water 150 g
Egg 1
Butter (unsalt) 35 g
hot dogs

Let’s see how it turned out!

Mix everything together and let it sit for an hour

Only 8-10 min in the oven

Applied butter on them

Umm…umm..umm

Not bad for a newbie like me!

Ingredients for bread making were not a lot, but it took a half day to prepare it. So, maybe it would make the whole process a lot easier if I had a bread maker machine! I should get one huh? LOL!

Steamed Shrimps with Curry Paste

by

เมื่อวานอยากกินห่อหมก วันนี้ก็เลยลองทำห่อหมกดู เนื่องจากปลาไม่มี กอล์ฟก็เลยใช้หมูสับแก้ขัดไปก่อน พอดีมีกุ้งตัวใหญ่ด้วยก็เลยคิดว่าจะเอามาแต่งด้านบนห่อหมก



ไปเจอสูตรมาใน BlogGang ของคุณ SushiBoy69 สูตรง่ายๆ ไม่ซับซ้อนอะไร แต่กอล์ฟคงไปตวงตามสุตรไม่ได้หรอก เสียเวลา ฮ่าๆ เราก็่ก่ะๆเอา ในสูตรเขาใช้เนื้อกุ้งสับ แต่กอล์ฟใช้หมูสับแทน เสียดายกุ้งตัวใหญ่ไม่อยากเอามาสับ ฮ่าๆ นี่คือวัตถุดิบต่างๆที่กอล์ฟใช้

  1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  2. เนื้อหมูสับ ครึ่งแพ็ค
  3. กระทิครึ่งกระป๋อง
  4. ใบโหระพา
  5. ใบผักกาดขาว
  6. ฺBell Pepper สีแดง
  7. ใบผักชี
  8. แป้งมัน หรือ แป้งข้าวเจ้า (ตามสูตรให้ใข้แป้งข้าวเจ้า แต่กอล์ฟใช้แป้งมัน ก็โอเคดี
  9. เกลือ
  10. น้ำปลา
  11. กุ้ง
  12. Red Curry Paste เครื่องแกงแดง ครึ่งกระป๋อง



วิธีทำ

  1. เอาหมูสับใส่กาละมัง ผสมกับเครื่องแกง คนให้เข้ากัน
  2. ใส่น้ำปลา 1  ช้อนโต๊ะ
  3. แบ่งกระทิออกมา 1 ใน 3 ส่วน
  4. ค่อยๆเท กระทิ ลงในกาละมัง กวนจนเหนียว แล้วเติมกระทิ ลงไป ถ้ากลัวเหลว ก็ไม่ต้องใ่ส่กระทิ จนหมดก็ได้ กวนจนเหนียวๆเลย
  5. ตั้งหม้อใส่น้ำ เตรียมนึ่ง
  6. ฉีกใบผักกาดรองก้นชามที่เราจะเอาลงหม้อนึ่ง เลือกชามเล็กถึงปานกลาง “อย่า” นึ่งครั้งละเยอะๆ เดี๋ยวจะไม่สุกเอา
  7. ตามด้วยใบโหระพา จำนวนตามใจชอบ
  8. เทส่วนผสม ห่อหมก ไม่ต้องเทจนล้น เหลือที่ไว้เผื่อ ห่อหมกขยายตัว
  9. เอาชามทั้งหมดลงหม้อนึ่ง
  10. ขณะที่รอ ห่อหมกสุก เราก็มาาทำน้ำกระทิราดด้านบนกัน โดย เอากระทิ ที่เหลือ ผสมด้วยแป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ ใส่เกลือหน่อยนึง
  11. คนให้เข้ากัน จนแป้งละลาย แล้วเทลงหม้อ เปิดไฟปานกลาง
  12. คนจนกระทิเริ่มเหนียว อย่าให้ปล่อยให้เดือด จนเหนียวข้นเกินไป
  13. หลังจากนึ่ง ประมาณ 10-15 นาที เปิดฝาหม้อนึ่ง แล้วหย่อน กุ้งลงไปด้านบน แต่งตามใจชอบ
  14. ปิดฝานึ่งต่อ จนกุ้งสุก (อีกซักประมาณ 5-8 นาทีก็น่าจะได้ที่แล้ว)
  15. เมื่อสุกแล้ว เอาชามทั้งหมดออกมาแต่งหน้า ข้างนอก
  16. ราดกระทิที่เตรียมใว้ ราดบนกุ้ง
  17. โรยด้วย red bell pepper ที่หั่นซอยไว้ พร้อม ใบผักชีไว้โรยหน้า



ทำไม่ยากหรอกลองไปทำกันดู อ่อ มีเคล็ดลับที่เกือบจะลืมบอก ก่อนเอาส่วนผสมห่อหมก เข้าหม้อนึ่ง เราสามารถชิมรสชาดดูก่อนได้ โดยตักแบ่งขึ้นมาหนึ่งคำลงในชามเล็กๆ แล้วเอาเข้า Microwave ซัก นาที ถึง สองนาที แล้วก็ชิมรสชาดดูว่าต้องเติมอะไรอีกหรือเปล่า เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่า นึ่งเสร็จแล้วจะทานได้อย่างแน่นอน ฮ่าๆ

Fried Coke

by

My cousin asked me if I had ever tried “Fried Coke.” I was like.. What??? What are you talking about? And, then she sent me pictures and the story about it. Whoa… it’s pretty amazing how the inventor, Abel Gonzales, Jr. come up with a very creative dessert. He introduced Fried Coke in 2006 at the State Fair in Texas.

 

 

I also found the recipe on the Internet. (Source)

 

Ingredients:

2 cups flour
1 teaspoon baking powder
2 eggs, lightly beaten
1 1/2 cups Coca Cola
Oil for deep frying

 

Topping:

1 cup Coca Cola syrup
whipped cream
maraschino cherries 

 

Instruction:

1. In a medium bowl, mix together the flour and baking powder.
2. Mix in eggs and Coca Cola and stir until a smooth batter forms.
3. Preheat oil in a skillet or deep fryer.
4. Pour 1/3 cup of batter into a funnel or turkey baster and in a circular motion pour batter into the hot oil.
5. Fry up for about a minute on each side and drain on paper towels.
6. Serve while still warm and top with Coca Cola syrup, whipped cream and a maraschino cherry.

 

Now, it’s your turn to try it out!!

Hot Hors D’oeuvre

by

งงกันล่ะสิว่า คำนี้ hors d’oeuvre อ่านว่าอะไร คำๆนี้คนไทยใช้กันบ๊อยบ่อย แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าสะกดอย่างไรและมีที่มาจากไหน คำนี้อ่านว่า “ออ-เดิฟ” ไงจ๊ะ เป็นคำที่มาจากภาษาฝรั่งเศษ สังเกตุได้จากลักษณะการสะำกดคำ เวลาอ่านไม่ออกเสียง “H” นะครับ

เมื่อเปิดพจนานุกรม ก็จะพบว่าคำนี้ แปลว่า “literally, outside of the work” ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้แทนคำนี้ก็คือ “Appetizer” นั่นเอง แปลเป็นภาษาไทยง่ายๆก็คือ อาหารเรียกน้ำย่อย

เมื่อวาน เจ๊๊ยบ ซีซ่า และก็หลิน มาช่วยกันทำ Hot Hors D’oeuvre เมนูใหม่ซึ่งไม่เคยทำกันมาก่อน เมนูนี้คือ “หอยจ๊อ” ทำไม่ยากแต่วิธีการหลายขั้นตอนเหมือนกัน ทำออกมาอร่อยใช้ได้เลยทีเดียวสำหรับการทำครั้งแรก ที่นี่หากินยาก ทำกินเองได้ขนาดนี้่ถือว่าเยี่ยมเลย

วิธีทำแบบคร่าวๆ คือ ก่อนอื่นเราก็ต้องเอาฟองเต้าหู้ที่แช่น้ำ แล้วมาม้วนกับไส้ข้างในของเรา และก็เอาเชื่อกผูกเป็นปล้องๆ ฝืมือการม้วนของซีซ่า บวกกับฝีมือการผูกเชื่อกของเจี๊ยบและ เอ่อ..ฝีมือการแบ่งเส้นเชื่อกของหลินแล้ว ก็ออกมาสวยงามตามที่เห็นในภาพ (คนในรูป คือซีซ่า กับ เจี๊ยบ พ่อครัว แม่ครัวเอก ประจำครัว Goffee Shop ของเรานั่นเอง ฮ่าๆ ส่วนหน้าที่ของกอล์ฟ คือ เป็น Executive Chef (Chef คำนี้ก็มาจากคำฝรั่งเศษ อีกเช่นกัน ย่อมาจากคำว่า Chef de cruisine) คอยตรวจความเรียบร้อย ชิม และก็รอกินอย่างเดียวนั่นเอง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ส่วนหลินเป็น Assistant คอยยื่นอุปกรณ์ กับรอกินนั่นเองฮ่าๆ

งานนี้ต้องขอบคุณ chef ซีซ่า Chef เจี๊ยบ ที่ไปจ่ายตลาดซื้อของมาทั้งหมดและก็แสดงฝีมือให้ทาน รูปที่เห็นก็มาจาก Hi5 ของซีซ่าเช่นกัน :mrgreen: ขอบคุณสูตร จาก Blog ของ คุณ ปูขาเก เซมารู ถ้าไม่รู้จะกินอะไรขอบอกให้ไปดู blog นี้ มีเมนูที่สร้างสรรค์เยอะมาก

น่ากินไหมเอ่ย ถ้าอยากชิม บอกได้ ราคากันเอง