My Amigurumi Collection

by

หุหุ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้

Jae Danupol Week

by

วัีนก่อนได้มีโอกาสได้ฟังเพลงเก่า ของ “พี่แจ้” ขอเรียกตามคนอื่น จริงๆ ไม่ได้อายุรุ่นน้องๆ เดี๋ยวจะหาว่าแก่ โหะๆๆ

เอาเป็นว่า สมัยก่อน ก็มีชื่นชอบบางเพลง ของพี่แจ้ พอได้กลับมาฟังแล้ว ก็ยังเกิดความรู้สึกชอบอยู่ ก็เลยอยากมาแชร์ให้คนอื่นฟังระลึกถึงเพลงพี่แจ้

จะว่าไปแล้ว แจ้ก็ดังไม่แพ้ “พี่เบิร์ด” ในสมัยนั้นเลยนา… เพียงแต่ ร้องเพลงกันคนละแนว พี่เบิร์ดจะออกแนว Hip กว่า แต่พี่แจ้ก็มีเสียงที่เป็นเอกลัษณ์มาก เรียกได้ว่าถ้าเปิดเพลงแล้วก็ต้องรู้เลยว่าเป็น “พี่แจ้” แน่ๆ แต่หลังมาๆเนี่ย ไม่ค่อยชอบเพลง พี่แ้จ้ เพราะรู้สึกว่าจะออกแนว ทำนองจีนๆ มากไปหน่อย เหมือนไปก๊อบๆเพลงมาจาก ฮ่องกงยังไงก็ไม่รู้ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัว แฟนเพลงพี่แจ้ กรุณา อย่า offend ฮ่าๆๆ

อาทิตย์นี้กอล์ฟก็จะฟังเพลงพี่แจ้ตลอดทั้งอาทิตย์เลย เป็นการระลึกเพลง พี่แจ้ ฮ่าๆๆ

เพลงที่เอามาให้ฟังกันนี้ ไม่ได้ตั้งใจจะละเมิดลิขสิทธิ์ใดๆทั้งสิ้นนะครับ ถ้าใครชื่นชอบพี่แจ้ ก็อย่าลืมไปหาซื้อซีดีเก่าๆฟังละกัน

เรามาเล่นเกมกันเถอะ เรามาทายชื่อเพลงกัน แฟนเพลงพี่แจ้ัตัวจริง ต้องตอบได้อยู่แล้ว

1.  

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

2.  

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

3.  

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

4.  

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

5.  

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

6.  

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

7.  

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

8.  

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

9.  

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

10.

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

11.

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

12.

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

13.

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

14.

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

15.

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

คลิกที่ Add Comment แล้วก็ลองตอบกันมาเลยนะ ถ้าทายถูกหมด อาจจะมีรางวัลให้ อย่าลืมทิ้งอีเมล์ และชื่อให้กอล์ฟด้วยละกันนะครับ

See Foon

by

ขอแนะนำ blog ที่พึ่งสร้างขึ้นมาใหม่สดๆร้อนๆ จัดทำและเขียน โดย นาย ณพัชร สุพัฒนกุล หรือ เต้ยนั่นเอง blog มีชื่้อว่า สีฝุ่น

ดีใจจังมีเพื่อนมาเขียน blog เป็นเพื่อน เขียน blog ไม่ยากอย่างที่หลายๆคนคิดหรอก เดี๋ยวนี้วิวัฒนการเทคโนโลยีก้าวล้ำ อะไรๆ ก็ง่ายและสะดวกไปหมด กอล์ฟก็แนะนำให้เต้ยลองใช้ WordPress ดู สมัครสมาชิกก็ฟรี ได้เนื้อที่ทำเว็บก็ฟรี ใช้ง่ายกว่า blogspot ตั้งเยอะ

Wordpress มีสองแบบนะครับ คือ แบบฝาก host ไว้กับเขา หรือ จะ download เอาโปรแกรมมาลงเว็บไซทต์ ของตัวเองแบบที่กอล์ฟทำอยู่ก็ได้ ข้อดีของการที่มาลงโปรแกรมด้วยตัวเองก็คือ สามารถใส่ พวก plugin, extras อื่นๆเข้าไปได้ด้วย แต่หลักการ และวิธีใช้อื่นๆ ก็เหมือนกันนั่นแล่ะ

ก็อยากให้เพื่อนๆ ลองศึกษาดูนะ หันมาเขียน Blog กัน

Hot Hors D’oeuvre

by

งงกันล่ะสิว่า คำนี้ hors d’oeuvre อ่านว่าอะไร คำๆนี้คนไทยใช้กันบ๊อยบ่อย แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าสะกดอย่างไรและมีที่มาจากไหน คำนี้อ่านว่า “ออ-เดิฟ” ไงจ๊ะ เป็นคำที่มาจากภาษาฝรั่งเศษ สังเกตุได้จากลักษณะการสะำกดคำ เวลาอ่านไม่ออกเสียง “H” นะครับ

เมื่อเปิดพจนานุกรม ก็จะพบว่าคำนี้ แปลว่า “literally, outside of the work” ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้แทนคำนี้ก็คือ “Appetizer” นั่นเอง แปลเป็นภาษาไทยง่ายๆก็คือ อาหารเรียกน้ำย่อย

เมื่อวาน เจ๊๊ยบ ซีซ่า และก็หลิน มาช่วยกันทำ Hot Hors D’oeuvre เมนูใหม่ซึ่งไม่เคยทำกันมาก่อน เมนูนี้คือ “หอยจ๊อ” ทำไม่ยากแต่วิธีการหลายขั้นตอนเหมือนกัน ทำออกมาอร่อยใช้ได้เลยทีเดียวสำหรับการทำครั้งแรก ที่นี่หากินยาก ทำกินเองได้ขนาดนี้่ถือว่าเยี่ยมเลย

วิธีทำแบบคร่าวๆ คือ ก่อนอื่นเราก็ต้องเอาฟองเต้าหู้ที่แช่น้ำ แล้วมาม้วนกับไส้ข้างในของเรา และก็เอาเชื่อกผูกเป็นปล้องๆ ฝืมือการม้วนของซีซ่า บวกกับฝีมือการผูกเชื่อกของเจี๊ยบและ เอ่อ..ฝีมือการแบ่งเส้นเชื่อกของหลินแล้ว ก็ออกมาสวยงามตามที่เห็นในภาพ (คนในรูป คือซีซ่า กับ เจี๊ยบ พ่อครัว แม่ครัวเอก ประจำครัว Goffee Shop ของเรานั่นเอง ฮ่าๆ ส่วนหน้าที่ของกอล์ฟ คือ เป็น Executive Chef (Chef คำนี้ก็มาจากคำฝรั่งเศษ อีกเช่นกัน ย่อมาจากคำว่า Chef de cruisine) คอยตรวจความเรียบร้อย ชิม และก็รอกินอย่างเดียวนั่นเอง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ส่วนหลินเป็น Assistant คอยยื่นอุปกรณ์ กับรอกินนั่นเองฮ่าๆ

งานนี้ต้องขอบคุณ chef ซีซ่า Chef เจี๊ยบ ที่ไปจ่ายตลาดซื้อของมาทั้งหมดและก็แสดงฝีมือให้ทาน รูปที่เห็นก็มาจาก Hi5 ของซีซ่าเช่นกัน :mrgreen: ขอบคุณสูตร จาก Blog ของ คุณ ปูขาเก เซมารู ถ้าไม่รู้จะกินอะไรขอบอกให้ไปดู blog นี้ มีเมนูที่สร้างสรรค์เยอะมาก

น่ากินไหมเอ่ย ถ้าอยากชิม บอกได้ ราคากันเอง

Are You Passive or Active?

by

พึ่งไปเขียน blog เกี่ยวกับ Instructional Design ไว้ที่เว็บ gotoknow.org ก็เลยอยากมาโพสต์ในนี้ด้วย ก็เขียนทั่วไปเกี่ยวกับพื้นฐานหลัการของ Instructional Designer

พื้นฐานสำคัญของ Instructional Designer คือต้องมีความเข้าใจว่ามนุษย์คนเรามีการเรียนรู้อย่างไร หรือที่เรียกว่า Human Learning เป็นวิชานึงของด้าน Psychology จะว่าไปแล้ววิชานี้เป็นวิชาหลักเลยก็ว่าได้ทีเดียว เพราะสิ่งที่ำสำคัญที่สุดของการเป็น IDer คือ หาหนทางหรือแนวทางถ่ายทอดความรู้เพื่อให้ผู้เรียนได้จดจำ เข้าใจ และนำความรุ้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

เราก็ต้องมาดูกันว่า คนเราสามารถเรียนรู้กันได้อย่างไร นักจิตวิทยา นักวิจัย ได้ทำการทดลองทดสอบมามาก สรุปโดยคร่าวๆ ว่า การเรียนรุ้ของคนเราแ่บ่งได้ 3 วิธีด้วยกัน คือ Behaviorism, Cognitivism และ Constructivism กอล์ฟคงจะไปไม่อธิบายลึก เพราะคิดว่าเป็นพื้นฐานหาอ่านได้ตามหนังสือทั่วไปละ แต่จะขอเขียนถึง การประยุกต์เข้าทาง ID

เมื่อพูดถึง Behaviorism ควรจะนึกถึง Passive learning คือ การเรียนรู้ด้วยวิธีการซึมซับข้อมูล ตัวอย่างคือ อาจารย์เขียนๆๆพูดๆๆ นักเรียนจดๆๆ ฟังๆๆ อย่างเดียว อาจารย์ถ่ายทอด นักเรียนเป็นผู้รับข้อมูลอย่างเดียว

Ivan Pavlov คนที่คิดข้น Behavorim และทำการทดลองกับสุนัข กับ กระดิ่ง
Ivan Pavlov คนที่คิดค้น Behaviorism และทำการทดลองกับสุนัข กับ กระดิ่ง

ส่วน Cognitivism กับ Constructivism จะคล้ายกันคือ Active learning ข้อแตกต่างระหว่าง Cognitivism กับ Constructivisim คือ สำหรับ Constructivism ผู้เรียนเอา้ข้อมูลเนื้อหาใหม่ที่ได้รับประยุกต์เข้ากับความรู้และ ประสบการณ์เดิมแล้วสร้าง (keyword นะครับ construct แปลว่าสร้าง) เป็นความรู้ใหม่ที่มีความหมายความเข้าใจของตัวเอง Cognitivism ก็จะเน้นการใช้เทคนิกในการเรียนรู้เพื่อเพิ่มความสามารถการรับรู้ข้อมูลของ สมองคนเรา

Robert Gagne ใครก็ยกย่องเป็นเจ้าพ่อ Instructional Design
Robert Gagne เป็นบุคคลสำหรับในด้าน Instructional Design หลายคนยกให้เป็นเจ้าพ่อ ID เลยก็ว่าได้ ชื่อเขา หลายคนอ่่านผิดกันมากมาย ฝรั่งอ่านว่า “โรเบิร์ต เกนเย” รับรองอ่านตามนี่ไม่ผิดไม่ต้องอายด้วย ฮ่าๆ

คราวนี้ กอล์ฟอยากจะถามผู้อ่านว่า ระบบการศึกษาของไทยเรานั้น เน้นแบบไหนในสามแบบนี้ หรือเป็นแบบผสม และ ก็อยากจะถามว่า แล้วตัวคุณเองล่ะ จากมุมมองผู้เรียนรู้ คุณชอบเรียนรู้ในรูปแบบไหน

นี่เป็นประสบการณ์ และก็ข้อมูลจาก research ที่กอล์ฟศึกษามานะครับ คนอเมริกัน หรือ ฝรั่ง จะเน้น Cognitivism กับ Constructivism เป็นส่วนใหญ่ในการถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียน เขาถือว่า การเรียนรู้อะไรก็ตามที่มาจากการค้นพบหรือการมีส่วนร่วมของนักเรียน จะทำให้นักเรียนจดจำได้นานกว่าและเข้าใจถึงการประยุกต์ความรู้ได้ดีกว่า นักเรียนที่นั่งฟัง นั่งจด ไม่มีการโต้ตอบกับครู เขาบอกว่า ครูควรทำหน้าที่แค่ Facilitator or Guide เท่านั้น เพื่อชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ ไม่ใช่ Lecturer หรือผู้ที่บอกเลคเชอร์ให้นักเรียนจด

แต่ตรงนี้ต้องระวังนิดนึง สำหรับ Constructivism วิธีนี้จะใช้ประยุกต์ยากหน่อยเพราะว่า structure ของการสอนจะหลวมมากส่วนใหญ่เน้นให้นักเรียนคิดเองทำเอง หากนักเรียนไม่มีความรู้ในเนื้อหานั้นๆ อาจจะทำให้เกิดความสับสนกังวล และอาจจะไม่อยากที่จะรับรู้เนื้อหาเลยก็ได้ ดังนั้น การใช้ Constructivism ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ลักษณะวิชา และนิสัยของผู้เรียน

การเข้าใจ Human Learning กอล์ฟคิดว่าสำคัญมากๆ คุณครูควรถามตัวเองว่าที่นักเรียนสอบตกเพราะอะไร เพราะวิชามันยากไป หรือถ่ายทอดไม่ถูกวิธี ควรลด Passive learning แล้วเน้น Active learning มี research มากมายได้แนะนำ Activity ต่างๆที่สามารถใช้ในห้องเรียน หรือ Training ทั่วไปได้ คุณครูควรเปิดกว้างในการนำเสนอเนื้อหา ไม่ควรปิดกั้นตัวเอง แล้วหยุดอยู่แค่ PowerPoint Lecture

ส่วนตัวนักเรียนเองก็เช่นกัน ควรทำความเข้าใจกับตัวเองว่า ตัวเองเป็นคนที่เรียนรู้แบบไหนได้ดี มี Cognitive Learning Strategies มากมายที่นักเรียนสามารถเอามาใช้ เพื่อช่วยให้จดจำเนื้อหาบทเรียนได้เร็วขึ้น จำได้นานขึ้น แล้วเอาไปประยุกต์ใช้งานได้ ไม่ควรท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง ตัวอย่าง cognitive strategy ที่เราเห็นบ่อยกันมากที่สุดคงจะเป็น การขีดเส้นใต้ เน้นข้อความสำคัญ นอกจากนี้ นักเรียนบางคน เอาจจะเอาเนื้อหามาแต่งเป็นกลอน เป็นเพลง เพื่อให้จำข้อมูลได้ดีขึ้น ก็ได้ หรือ จะวาดภาพ diagram, chart ก็ช่วยอธิบาย concept ได้ด้วยเช่นกัน การเขียนบทสรุปบทเรียน ก็เป็นอีกวีธีนึง เห็นไหมครับ มี cognitive learning strategy มากมาย

ไว้จะหยิบยก theory หรือไม่ก็ นักวิจัย Theorist ชื่่อดังในด้าน Instructional Designer ให้ได้รู้จักกันว่าเราสามารถนำ theory ต่างๆไปประยุกต์ในด้าน Instructional Designer ได้อย่างไร

Instructional Design – What?

by

แหม หลายครั้งหลายคราทีเดียว เวลากลับเมืองไทย หรือมีคนถามว่า เรียนจบอะไรมา หรือเรียนอะไรอยู่ กอล์ฟก็จะบอกว่า จบโท Instructional Design และก็ต่อเอกสาขาเดิมอยู่

คนฟังก็จะทำหน้า…เหรอออ…. Industrial Design? – กอล์ฟก็ตอบว่าไม่ใช่ นั่นมันออกแบบสินค้า วัสดุ ผลิตภัณฑ์และรูปลักษณ์องค์กร

บางคนก็ เข้าใจว่า ออกแบบบ้าน เหรอ? – ไม่ใช่ๆ นั่น Interior Designer

Instruction Designer ประกอบด้วย สองคำ Instruction + Designer

Instruction คือ สื่อการสอน ส่วน Designer คือ นักออกแบบ ดังนั้น Instructional Designer คือ นักออกแบบสื่อการสอน นั่นเอง

แต่คำนี้ฝรั่งใช้คำอื่นแทนด้วย ฝรั่งบางคนก็จะใช้คำอื่นแทนเช่น Instructional Technology, Instructional System หรือ Instructional System Designer  ทุกคำมีความหมายสื่อถึงสาขาเดียวกัน สาขานี้ อยู่ใน College of Education แน่นอน เพราะเกี่ยวกับ การเรียนการสอน อีกบทบาทที่สำคัญ คือ Technology นักออกแบบสื่อการสอน ได้มีการทำการวิจัยมาเป็น สิบๆปี แต่ละยุคก็มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ เพื่อช่วยในการออกแบบสื่อ หรือ นำเสนอเนื้อหาวิชา

สาขานี้ไม่ได้เจาะจงเฉพาะ ครูเท่านั้นที่เรียน หากแต่สามารถประยุกต์ในวิชาชีพอื่นได้หมด นักออกแบบสื่อการสอน จะสามารถช่วยอบรม บุคคลากรในองค์กรนั้นๆ หรือ ช่วยวิเคราะห์ วินิจฉัยปัญหาขององค์กรนั้นๆ และช่วยหาทางแก้ไข อีกทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิ์ภาพระบบขององค์กรได้อีกด้วย ในส่วนนี้บางคนก็จะเรียกแยกออกไปว่าเป็น Performance Technology คือการใช้เทคโนโลยีช่วยพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นี่ก็เป็นเพียงแค่ บทสรุปของนิยาม คำว่า Instructional Design ในแบบฉบับของกอล์ฟเอง มีคำถามอะไร สอบถามได้

Origofi

by

หลังจากดูคนอื่นพับโน่นพับนี่บนเว็บแล้วเกิดอาการคันมืออยากลองเล่นบ้าง ผลงานของกอล์ฟจะเรียกว่า Origofi (Ori + Golffy = Origofi) อ่านว่า โอ – ริ – โก – ฟี่ ฮ่าๆๆ

เผอิญมีกระดาษ Scrapbook อยู่ขนาด 12″x12″ หนาพอจะทำกล่องได้ก็เลยลองพับๆตามวีดีโอ ปรากฏว่าออกมา พอใช้ได้ แต่เรื่องความแม่ยำยังต้องหัดอีก กล่องนี้ใช้กระดาษทั้งหมด 8 แผ่นด้วยกัน (4 แผ่นสำหรับตัวกล่อง และ อีก 4 แผ่นสำหรับฝาปิดกล่อง) กอล์ฟเลือกใช้กรดาษ 8 ลายด้วยกัน แต่เน้น โทนสี ดำ ขาว เทา เป็นหลัก ระดับความยากในการพับ ให้ 2 ดาวเต็มห้า แต่ตอนประกอบดิ ยากมั่กๆ กว่าจะยัดเข้า แล้วเป็นคนมือหนักด้วย มุมฝากล่องเลยฉีกนิดหน่อย ใข้เวลาในการพับกล่องนี้ ประมาณ 40-45 นาที แต่เนื่องจากพับครั้งแรกก็เลยนานมั้ง คิดว่าถ้าทำบ่อยๆ น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีในการทำกล่องนี้

ชอบไหมๆๆ เอาไว้ใช้สำหรับห่อของขวัญวันคริสต์มาสไง ถ้าชอบกันเดี๋ยวจะสอนทำให้ อิอิ

Thai sports officials visit Spanish Fort

by

ไม่น่าเชื่อ มีนักกีฬาไทย 18 คนมา Spanish Fort, Alabama ด้วย Spanish Fort ก็อยุ่ติด Mobile เลย ขับรถ 5-10 นาทีก็ถึง แค่ขับรถข้ามจาก Mobile downtown ไปอีกฝั่งนึงของ Mobile Bay

ที่นักกีฬามาก็คือ Sport Academy เป็นโรงเรียนสอนทุกอย่างเกี่ยวกับ กีฬา ไม่เพียงแต่สอนนักกีฬา แต่สอนโคชด้วย สอน sport management อะไรพวกนี้ด้วย เป็นเรื่องเป็นราวมาก รัฐบาลทีนี่ ได้ติดต่อกับรัฐบาลไทยคัดเลือก 18 คนมาเที่ยวทั่ว อเมริกา เริ่มตั้งแต่ U of South California แล้วจบด้วย Washington D.C. การมาเยี่ยมครั้งนี้จุดประสงค์คือให้การศึกษา ประสบการณ์ว่า ทำไม คนอเมริกันถึงบ้ากีฬามากมาย ยิ่งกว่าใครๆ อืมมม คิดไปคิดมา จริงแหะ คนอเมริกันบ้ากีฬามากกกกก มากจนเวอร์ คนไทยดูท่าจะสนพนัน มากกว่ากีฬาจริงๆล่ะมั้ง ฮ่าๆๆ

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ http://www.al.com/news/press-register/metro.ssf?/base/news/1221902128187910.xml&coll=3

Scrapbooks

by

Scrapbooks หรือ สมุดอัลบั้มรูปเพื่อบอกเรื่องราว หลายคนอาจจะส่งสัยว่ามันแตกต่างตาก Photoalbum อย่างไร

Scrap คำนี้ความหมายก็ประมาณว่า ส่วนหรือเศษที่เหลือเล็กๆที่ไม่ได้ใช้ทำอะไรแล้ว เอ๊ะ Scrap คำนี้มันไปคล้ายกับคำว่า Crap ซึ่งคำๆนี้ คุณก็คงได้ยินมาบ้าง ฝรั่งจะใช้เวลาสบถ คำว่า Crap ก็เหมือน คำว่า Shit ที่แปลว่า “ขี้” นั่นเอง!! ดังนั้น กอล์ฟสงสัยว่า Scrap คำนี้ จะมาจากคำว่า Crap หรือป่าว ฮ่าๆ

Scrapbook ก็ประมาณว่า หนังสือรวมเศษขยะ???? ถ้าจะมองอย่างนั้นก็ได้ ฮ่าๆ ไม่หรอกมองเป็นหนังสือรวมความทรงจำที่ดีแล้วของที่ระลึกดีกว่า ฝรั่งเวลาเขาไปเที่ยวไหน แล้วกลับมาบ้าน เขามีพวกหางตั๋วบัตร, โบชัวร์, สิ่งของที่เวลาเขาเห็นละจะทำให้เขาระลึกถึง ติดไม้ติดมือกลับมาบ้าน จากนั้นเขาก็เอา เศษๆพวกนี้ มาประดิษประดอย ทำให้มัน น่าดู โดยใช้ อุปกรณ์อื่นๆเข้ามาช่วยไม่ว่าจะเป็นกระดาษสี กระดุม ริบบิ้น แล้วก็รูปถ่ายที่เขาถ่ายไว้ตอนไปเที่ยว เอามาประกอบรวมกันเป็น Book นั่นเอง การทำ Scrapbook มีขั้นตอนหลายอย่างแล้วแต่คุณจะจินตนการสร้างสรรค์แบบไม่มีขีดจำกัด แทนที่เราจะหยิบรูปมาดูจากใน Album เราก็จะได้เห็นที่ระลึกอื่นๆอีกมาก รวมทั้งคำพูดต่างๆที่คุณอยากจะบรรยายเหตุการณ์นั้นประกอบกับรูปถ่าย ทำให้ความทรงจำนั้นดูมีค่ายิ่งขึ้น scrapbook สามารถทำเพื่อเก็บความทรงจำของคุณให้มีความหมายมากที่สุด อาจจะเป็น งานวันเกิด งานแต่งงาน งานรับปริญญา เทศกาลต่างๆ  และอื่นอีกมากมาย ไม่มีข้อจำกัดใดๆ ผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก ผู้ใหญ่ ทำ scrapbook ได้หมด ยิ่งสำหรับเด็กๆ กอล์ฟว่า ยิ่งดี เป็นการสอนให้เขาสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์ แก้ไขปัญหา

อุปกรณ์ ที่ขายในร้านที่อเมริกา ทุกอย่างแพงจริงๆ กระดาษแผ่นนึงก็หลายตังค์ เมืองไทยน่าจะถูกกว่า เพื่อนน่าจะหันมาลองศึกษาแล้วทำ scrapbook กันนะ ไม่ยากเกินที่คิด ขอให้มีความคิดสร้างสรรค์ก็พอ ยิ่งเมืองไทย มีของเล่น ของน่ารักๆ มากมายในราคาที่ถูก ยิ่งทำให้ scrapbook ของคุณ ทำได้โดยไม่ยากเลยทีเดียว

Egg Noodle with Shrimp Wontons

by

อ๊ะๆ เมนูเด็ดอาทิตย์นี้ของร้าน Goffee Shop คือ บะหมี่เกี๊ยวทะเลหมูแดง น่ากินสุดๆ เมื่อประมาณอาทิตย์กว่าๆ พี่อ้อโทรมาถามว่าปรุงรสก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตร Goffee shop นี่ทำอย่างไร เพราะเขาปรุงแล้วไม่ได้รสเข้มข้นแบบที่เคยกิน กอล์ฟก็เลยว่าจะมาสาธิตการทำบะหมี่แบบคร่าวๆเอาไว้ที่นี่ มันก็ไม่ได้ยากอะไร ปรุงตามรสเรามากกว่า เผอิญชอบกินแบบน้ำคลุกคลิกรสหวานๆเปรียวๆหน่อย และที่ขาดไม่ได้คือ น้ำพริกเผา ใช่แล้วต้องใส่ด้วยถึงจะเด็ด ปกติก็จะทำแค่บะหมี่ กับ เกี๊ยว แต่คราวนี้ครบเครื่องกันหน่อย มีการใส่เนื้อปู และหมูแดงด้วย ขอบอก หมูแดงนี่อบเองเลยนะคร้าบ! เกี๊ยวก็ห่อเองนะ แต่ บะหมี่ ไม่ได้นวดเอง ฮาาาาา…..

วิธีทำ เกี๊ยวกุ้ง

ส่วนผสม:

  1. เนื้อหมูสับ หรือ เนื้อไก่สับ (Walmart มีไม่ต้องสับเอง)  1/3 ส่วน หรือ ครึ่ง แพ๊ค
  2.  เนื้อกุ้งสับ อันนี้ต้องมาสับเอง เอาละเอียดซักส่วนนึง อีกส่วนนึงไม่ต้องเยอะนะ สับแบบหยาบหน่อย ปริมาณกุ้งเมื่อสับแล้ว ควรจะมีเนื้อกุ้งมากกว่า เนื้อหมู หรือเนื้อไก่ จะได้อร่อยๆ 😆
  3. ต้นหอมเล็กน้อย สองสามต้นก็พอ หั่นละเอียด
  4. น้ำมันงา ซัก 1 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำตาลทราย  1 ช้อนชา พูนหน่อย ถ้าชอบรสหวานหน่อย
  6. ซีอิ๊วขาว กระทุ้งเข้าไปซัก สามสี่ เหยาะ
  7. น้ำมันหอย ใส่ซํกสองเหยาะ
  8. ซอสภูเขาทอง ใส่ซักสองเหยาะ
  9. เกลือ ใส่ซัก ครึ่งช้อชา
  10. น้ำเย็น ครึ่งถ้วย
  11. พริกไทขาวป่น ใส่ตามใจชอบ
  12. ไข่ไก่  แยกไข่ขาว และ ไข่แดง ออกจากกัน ไข่แดงไว้ห่อแป้งเกี๊ยว ไข่ขาวไว้หมักไส้เกี๊ยว

วิธีหมัก

  1. ใส่รวมกัให้หมดเลย ยกเว้นไข่แดงนะ
  2. จะต้องคนไปคนมา จนมันเหนียวแล้วหนืด ยิ่งเหนียวยิ่งดี เวลาสุกมันจะเนื้อแน่นนุ่มอร่อย
  3. เมื่อส่วนผสมทุกอย่างเข้าที แนะนำให้ ตักใส่ชาม ซักก้อนเล็กๆหนึ่งก่อน แล้วเข้า Microwave High Level ซัก 1-2 นาที แล้วชิมรส เอา
  4. อยากได้อะไรเพิ่มก็ใส่ได้เลย แต่อย่าให้รสจัดมากเพราะว่า ถ้าหมักค้างไว้ รสชาดจะเข้มข้นขึ้น
  5. หมักทิ้งไว้ ครึ่งชม. หรือจะข้ามวันก็ได้แล้วแต่สะดวก 
  6. จะกิน แล้วค่อยห่อ หรือจะห่อ แล้วแช่ช่องแข็ง ก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา เพราะแป้งจะแฉะ

วิธีทำหมุแดง แบบเร็วๆ

  1. ใช้ผงหมูแดงไง ฮ่าๆ
  2. แต่อย่าไปทำตามวิธีหลังซองเลย เสียเวลา เอาผงหมูแดงละลายน้ำแล้วเอาไปต้มกับหมูเลย
  3. ต้มซักพักจนหมูเริ่มแดงขึ้นหน่อย ให้พอกึ่งสุกึ่งดิบ จากนั้น ก็อุ่นเตาอบไว้เลยพร้อมๆกับตอนต้มก็ได้
  4. ต้มซัก7-10 นาที ไฟแรงปานกลาง
  5. เอาเข้าเตาอบ 400 F ซัก 10 นาที คอยกลับด้าน อย่าให้ไหม้ จะเห็นว่าสีเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ
  6. พอเห็นว่าหมูเริ่มสุก เริ่มแดงได้ที่ ก็เปลี่ยนจาก Bake เป็น Broil ซะ ให้รอด้านละ 3-5 นาที คอบพลิกด้านอย่าให้ไหม้
  7. พอขอบๆเริ่มไหม้ ก็ใช้ได้ละ ปิดเตา เอาออกมาหั่น

กว่าจะได้กิน บะหมี่หมูแดง ก็เหนื่อยเหมือนกันนะ อ้อ ส่วนน้ำซุบ นี่ก็ แล้วแต่คนจะชอบ กอล์ฟก็ง่ายๆ เอาน้ำต้มกระดูกไก่ หรือหมู ต้มกับ หัวผักกาดขาว ปรุงรส ด้วย เม็ดพริกไทยขาว ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และ น้ำตาล นิดหน่อย ปรุงให้รสกลางๆ

    

วิธีปรุงน้ำต้มยำ

  1. ตั้งฉ่าย ใส่ไปเลยหยิบมือนึง เล็กน้อย
  2. น้ำตาล หนึ่งช้อนโต๊ะ ไปเลย อาจจะดูเยอะ แต่รับรองรสจัดซะใจ
  3. มะนาว บีบไปเลย ซีก สองซีก แล้วแต่ชอบ
  4. น้ำปลา หนี่งช้อนโต๊ะ เช่นกัน
  5. น้ำพริกเผา หนึ่งช้อนโต๊ะ
  6. ใส่น้ำซุบนิดหน่อย ให้มันละลายให้เข้ากัน จากนั้นชิม รสต้องจัดหน่อย เพราะเราจะต้องใส่น้ำเพิ่ม หรือจะค่อยมาปรุงเพิ่มตอนเสร็จก็ได้ แต่ที่ต้องใส่น้ำซุบก่อนเพราะว่า น้ำพริกเผาและน้ำตาลจะได้ละลายก่อน เวลาใส่บะหมี่ กับเกี๊ยวลงไป จะได้คนง่ายๆหน่อย

แค่นี้ล่ะ ก็อร่อยได้แล้ว ต้องกินกันหลายคน หลายมื้อหน่อย ถึงจคุ้มเวลาทำนะเนี่ย Enjoy Eating ทุกท่าน ติชมกันได้นะ หรือจะกลับมาเล่าสู่กันฟังก็ได้ว่า ผลออกมาเป็นอย่างรกันบ้าง